Difference between revisions 8013748 and 8014336 on thwiki

{{ขาดความสำคัญ}}
{{สำหรับ|วัดถ้ำเสือ (จังหวัดกาญจนบุรี)}}

== ประวัติวัด ==


: วัดถ้ำเสือ<ref วัดถ้ำเสือ="test">[http://www.watthumsua-krabi.com/history-temple.htm],ประวัติวัด.</ref> ในปี พ.ศ. 2518 หลวงพ่อจำเนียรมีความประสงค์จะหาสถานที่ปฏิบัติธรรมใหม่ ก็เกิดนิมิตในมโนภาพว่าเป็นสถานที่มีภูเขา
ล้อมรอบ และถ้ำชื่อ “ถ้ำเสือ” ตลอดถึงถ้ำต่างๆ หลายถ้ำ และอยู่ในเขตจังหวัดกระบี่ด้วย ทันทีที่เกิดนิมิตเห็นก็เกิดความรู้สึกนึกรักสถานที่นั้นขึ้นมาจับใจ เหมือนรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่นี้มาก่อน หลวงพ่อได้ให้พระอาจารย์หีด ไปเสาะแสวงหาสถานที่จะตั้งสำนัก จนในที่สุดพระอาจารย์หีดได้พบสถานที่หลายๆแห่งรวมถึงถ้ำเสือด้วย
: หลวงพ่อได้มีโอกาสไปดูสถานที่ถ้ำตามที่พระอาจารย์หีดบอก ก็ตรงกับนิมิตที่หลวงพ่อเห็นจริงๆ หลวงพ่อจำเนียร ได้นำคณะพระภิกษุ
สามเณร 53 แม่ชี 56ท่าน จากวัดสุคนธาวาส มาอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้อันมีนามว่าถ้ำเสือ หรือในอดีตวัดมี ชื่อว่า “สำนักสงฆ์หน้าชิง” ตามชื่อหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 25  มีนาคม  พ.ศ. 2518 และได้เปลี่ยนเป็น “วัดถ้ำเสือ” เมื่อวันที่ 2  สิงหาคม  พ.ศ. 2533 มาบุกเบิกเปิดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานจนถึงปัจจุบัน  ที่ได้ชื่อว่า วัดถ้ำเสือนั้น จากการสอบถามชาวบ้านได้ความว่า ในอดีตเคยมีเสือโคร่งจำนวนมากอาศัยอยู่บริเวณของถ้ำที่ตั้งอยู่หน้าเขาแก้ว ภายในถ้ำยังปรากฏหินธรรมชาติเป็นรูปแบบอุ้งเท้าเสืออีกด้วย
: วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งชาวต่างประเทศ ทั้งความโดดเด่นของวัดและชื่อเสียงของ "หลวงพ่อจำเนียร" ประธานสงฆ์วัดถ้ำเสือที่มีผู้เลื่อมใส
ศรัทธามาช้านาน สภาพโดยทั่วไปของ วัดถ้ำเสือมีลักษณะ เป็นสวนป่า เป็นโพรงถ้ำ มีเพิงผาและแหล่งถ้ำธรรมชาติ เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำงู ถ้ำเต่า ถ้ำมือเสือ สิ่งสำคัญใน"วัดถ้ำเสือ"นั้นที่ดูเหมือนจะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากที่สุดและ เป็นที่นิยมชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

== สถานที่น่าสนใจ ==
[[ไฟล์:วัดถ้ำเสือ|230×306px|thumbnail|right|]]


: จุดเด่นของวัด<ref จุดเด่นของวัด="test">[http://www.watthumsua-krabi.com/interesting-place.htm],สถานที่น่าสนใจ.</ref> '''พระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้ว''' พระพุทธรูปองค์ใหญ่	ตั้งอยู่บนยอดเขาแก้ว มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ประมาณ 600 เมตร
สามารถขึ้นไปสักการะได้โดย ขึ้นบันได 1,237 ขั้น บนยอดเขาสามารถมองเห็น ทิวทัศน์ของเมืองกระบี่ได้รอบทิศ ทั้งยังเป็นที่ ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทจำลอง พระธาตุเจดีย์ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ อีกด้วย
: พระธาตุเจดีย์ระฆังใหญ่ มีความสูง 90.90 เมตร ความกว้างของฐาน 58 เมตร เริ่มก่อสร้างลงฐานรากจนถึงยอดพระเจดีย์ในปี พ.ศ. 2535 
ภายในมี 5 ชั้น กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการก่อสร้าง ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้โครงสร้างเสร็จสมบูรณ์ เหลือขึ้นตอนต่อไปคือการตกแต่งจัดเป็นชั้นต่างๆ และส่วนยอดพระธาตุเจดีย์ฯ ขณะนี้ได้ติดแผ่นกระเบื้องเซนามิคทองคำบนยอดพระธาตุเจดีย์โดยตั้งใจจะให้ เป็นระฆังใบใหญ่ที่สุดในโลก ภายในมี 5 ชั้น
*ชั้นที่ 1 สำหรับเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ
*ชั้นที่ 2 เป็นหอประชุมเอนกประสงค์
*ชั้นที่ 3 แขวนระฆังใบใหญ่ที่สุดในโลก
*ชั้นที่ 4 สำหรับเป็นพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปโบราณ
*ชั้นที่ 5 สำหรับเป็นพิพิธภัณฑ์พระธาตุ 

== ประวัติเจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือ ==
=== พระครูภาวนาธิคุณ ===
:พระครูภาวนาธิคุณ<ref พระครูภาวนาธิคุณ="test">[http://www.watthumsua-krabi.com/history-abbot.htm],พระครูภาวนาธิคุณ.</ref>หรือ พระเภา ฐิตธมโม เกิดวันที่ 20 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2490 ณ บ้านทุ่งเบญจา(น้ำโจน) ตำบลทุ่งเบญจา อำเภอ ท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี 
บิดาชื่อ นายเหนี่ยตี๋ มารดาชื่อ นางสาว นามสกุล นามกิจ – แซ่ตั๋ง อาชีพก่อนอุปสมบท ทำเกษตรกรรม (สวนผลไม้)
:บรรพชาอุปสมบท ณ วัด ทุ่งเบญจา อำเภอ ท่าใหม่ จังหวัด จันทบุรี เมื่อวันที่ 20 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2514 โดยมีพระพิศาลธรรมคุณ ธรรมคุณ วัดบูรณาพิธยาราม ตำบล 
เขาวัว อำเภอ ท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูอุดมรัตนคุณ วัดศรีเมือง ตำบล ทุ่งเบญจา อำเภอ ท่าใหม่ จังหวัด จันทบุรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระครูอนันสีลสาร วัดทุ่งเบญจา ตำบล ทุ่งเบญจา อำเภอ ท่าใหม่ จังหวัด จันทบุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และย้ายมาที่วัดแก้วโกรวาราม ตำบล ปากน้ำ อำเภอ เมือง จังหวัด กระบี่ วันที่ 13 เดือน กันยายน พ.ศ. 2531 และเป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือ เมื่อวันที่ 13 เดือน กันยายน พ.ศ. 2531

=== หลวงพ่อจำเนียร  สีลเสฎโฐ ประธานสงฆ์ วัดถ้ำเสือ ===
:หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ<ref หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ="test">[http://www.watthumsua-krabi.com/history-abbot.htm],หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ.</ref> เกิดวันศุกร์ที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๖  ปีชวด แม่ชื่อ  ต้า พ่อชื่อ เพชร ชลสาคร บ้านเกิดอยู่ที่บ้านปากนคร ต.ท่าไร่ อ.เมือง 
จ.นครศรีธรรมราช  มีพี่น้อง ๗ คน ก่อนที่พ่อของหลวงพ่อจะมีครอบครัวเคยเป็นพระธุดงค์มาก่อน จึงได้ฝึกให้หลวงพ่อนั่งกรรมฐาน ตั้งแต่อายุ ๓ – ๔  ขวบ  และผลการสมาธิระดับหนึ่ง จึงทำให้ท่านรักในการนั่งกรรมฐาน และบ่อยครั้งแอบไปนั่งกรรมฐานภาวนา ในป่าช้า แค่อายุเพียง ๕ ขวบ  หลวงพ่อถูกฝึกหนักตั้งแต่ยังเด็ก ฝึกให้มีความกล้า เช่น  ให้ลงไปในคลองที่มีจระเข้ ลงในทะเลที่มีฉลามเสือ เพื่อให้มีความกล้า ไม่กลัว ฝึกให้เพ่งกสิณ  เพ่งดวงอาทิตย์ และยังได้รับการถ่ายทอดประสิทธิ์ ประสาทวิชาการต่างๆ เช่น คาถาอาคม โหราศาสตร์  ยาสมุนไพรแผนโบราณ  วิชาที่พ่อเคยร่ำเรียนมาสมัยเป็นพระธุดงค์  ต่อมาแม่ของท่านได้เสียชีวิต เมื่ออายุได้  ๖  ขวบ  ๔  เดือน  และท่านได้แม่เลี้ยงช่วยสอนหนังสือ ให้โดยใช้ความพากเพียรพยายามอย่างแรงกล้า  ๑๕  วัน จึงเขียนได้อ่านออก   พออายุ  ๗  ขวบ  นึกอยากจะบวชเพราะผิดหวังในความรักแม่ ที่แม่ต้องมาตายไปแต่พ่อไม่อนุญาตเนื่องจากสุขภาพของพ่อไม่ค่อยแข็งแรงจึงต้องรับ ภาระในการเลี้ยงดู ครอบครัว   อายุ ๘ ขวบได้เรียนโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์และพุทธศาสตร์  อายุ ๙ ขวบ เรียนพระไตรปิฏกทีวัดมหาธาติวรวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และเรียนเพิ่มเติมที่วัดนารีประดิษฐ์อีก 
:ต่อมาเมื่ออายุ  ๒๑  ปี    ท่านจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่  ๒  กรกาคม     พ.ศ. ๒๕๐๐  ณ  พัทธลีมาวัดนารีประดิษฐ์  ตำบลท่าไร่  อำเภอเมือง  จังหวัดนครศรีธรรมราช    โดยมี   ท่านพระครูกาเดิม  วัดบูรณาราม เป็น พระอุปัชฌาย์  พระครูประดิษฐ์สุวรรณวัตร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า  '''สีลเสฎโฐ'''

== อ้างอิง ==
<references/>