Revision 4053517 of "ทุนนักวิจัยแกนนำ" on thwiki

=ทุนนักวิจัยแกนนำ=
==หลักการและเหตุผล==

     สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ของการส่งเสริมให้เกิด การสร้างสรรค์ นักวิจัยแกนนำ ให้กับวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขอประเทศ 
อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมให้มีการผลิตผลงานวิจัย อันจะนำไปสู่การผลิตผลงาน ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ระดับชาติและระดับนานาชาติ และนำไปใช้ในการแก้ปัญหา ให้กับภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคสังคม อีกทั้งเพื่อเป็นแกนหลัก ในการผลิตบุคลากรวิจัยสู่วงการวิชาการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สวทช. ยังให้ความสำคัญ ในการผลักดัน ให้มีการเชื่อมโยงภาคการผลิตและบริการ ให้เข้ามามีส่วนร่วมสำคัญ ในการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ในด้านการวิจัยและพัฒนาอีกด้วย
         เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้โครงการสามารถเป็นหนึ่ง ในพลังขับเคลื่อนสมรรถภาพแห่งความเป็นเลิศ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย  สวทช. จึงจัดตั้ง “โครงการทุนนักวิจัยแกนนำ” ขึ้น เพื่อสนับสนุนงานวิจัยภายใต้ 4 สาขาเทคโนโลยีหลักของ สวทช. คือ เทคโนโลยีชีวภาพ นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีโลหะและวัสดุ และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์


==วัตถุประสงค์==

     1) เพื่อให้เกิดกลุ่มวิจัยที่เข้มแข็ง และมีการทำงานเป็นทีม มีโครงสร้างในการพัฒนานักวิจัยอย่างต่อเนื่อง และมีความเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับนักศึกษา จนถึงระดับนักวิจัยอาวุโส
          2) สร้างให้เกิดความมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงระหว่างภาคความรู้และภาคการผลิต และบริการหรือภาคสังคม 
          3) เกิดการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่มีผลกระทบอย่างสูงในเชิงเศรษฐกิจหรือสังคม


==ขอบเขตงานวิจัยที่ให้การสนับสนุน==
สวทช. ให้ความสำคัญต่องานวิจัยที่ผลิตผลงาน อันนำไปสู่ 

''1. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ
2. การลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคม การเพิ่มความเข้มแข็งของชุมชน ชนบทและผู้ด้อยโอกาส
3. การลดปัจจัยที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน หรือการปรับตัวเข้ากับสภาวะโลกร้อนและด้านพลังงานทดแทน
4. ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนำไปสู่การปรับตัว เช่น การบริหารจัดการน้ำ การจัดการภัยพิบัติ (Disaster)''

และควรสอดคล้องกับ 4 สาขาเทคโนโลยีหลัก คลัสเตอร์/โปรแกรม ของ สวทช. ดังนี้
{| border='1'
| คลัสเตอร์ || โปรแกรม
|-
|คลัสเตอร์เกษตรและอาหาร || ข้าว<br> มันสำปะหลัง<br> ยาง<br> เมล็ดพันธุ์<br> พืชเพื่ออนาคต<br> การผลิตสัตว์และสุขภาพสัตว์<br> นวัตกรรมอาหาร<br>
|-
|คลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม || สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน<br> ประสิทธิภาพทรัพยากรและพลังงาน<br> พลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงานใหม่ 
|-
|คลัสเตอร์สุขภาพและการแพทย์ ||โรคติดเชื้ออุบัติใหม่ และอุบัติซ้ำ<br> เทคโนโลยีการแพทย์ระดับพันธุกรรม<br> วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยี สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ<br> การเสริมระบบปฏิบัติการในโรงพยาบาล และการวิจัยพัฒนา วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ 
|-
|คลัสเตอร์ทรัพยากร ชุมชนชนบท และผู้ด้อยโอกาส || เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาชุมชนชนบท<br> ทรัพยากรชีวภาพ
|-
|คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการผลิตและบริการ || ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์<br> พัฒนาอุตสาหกรรม เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น<br> อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน 
|-
|กลุ่มโปรแกรมวิจัย Cross-Cutting Technology || วิจัยนวัตกรรมการบริการ<br> วิศวกรรมดิจิทัล<br> เซนเซอร์และระบบสมองกลอัจฉริยะ<br> วัสดุเฉพาะทาง 
|}

==คุณสมบัติผู้สมัคร==

     1. เป็นนักวิจัยที่มีประสบการณ์ในการทำวิจัยในด้านที่เสนอขอทุน มีศักยภาพเทียบเคียงได้กับ นักวิจัยระดับศาสตราจารย์ เป็นที่ยอมรับในวงการวิชาการ (Well recognized) และมีการทำงานร่วมกับนักวิจัยภายในประเทศ และต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง 
          2. มีความสามารถในการเป็นผู้นำกลุ่มวิจัย เพื่อให้กลุ่มวิจัยสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ
          3.เป็นนักวิจัยไทย หรือนักวิจัยต่างชาติที่ทำงานอยู่ในสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย หน่วยงาน ในภาครัฐหรือภาคเอกชน (ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นนักวิจัยเอกชน ต้องได้รับการยินยอมจากต้น สังกัด ให้สามารถเปิดเผยข้อมูล หรือสามารถนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมในวง กว้างได้ และในกรณีชาวต่างชาติ ต้องเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานวิจัยที่เอื้อประโยชน์กับ ประเทศ/สถาบันไทย
          4. ผู้สมัครและคณะผู้ร่วมวิจัย ต้องมีผลงานวิจัย สิทธิบัตร หรือผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติ และระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง สามารถทำงานวิจัยได้เต็มเวลา ตลอดระยะเวลาของโครงการ โดยไม่ดำรงตำแหน่งบริหาร ตั้งแต่ระดับคณบดีขึ้นไป
          5. หากผู้สมัครอยู่ระหว่างการรับทุนวิจัยขนาดใหญ่อื่นๆ ที่มีงบประมาณเกินกว่า 5 ล้านบาท ระยะเวลาการรับทุนดังกล่าวควรเหลืออยู่ไม่เกิน 1 ปี
          6. มีกลุ่มวิจัยเข้มแข็ง อันประกอบด้วย หัวหน้าโครงการ (เทียบเคียงศาสตราจารย์) และผู้ร่วม วิจัย (เทียบเคียงได้กับรองศาสตราจารย์และผู้ช่วยศาสตราจารย์) ที่มีศักยภาพในการพัฒนาผู้ ร่วมทีมที่มีประสบการณ์รองลงมา ให้สามารถสืบทอดงานวิชาการ และพัฒนากลุ่มวิจัยให้มีขีด ความสามารถสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง