Difference between revisions 16269 and 16270 on thwikibooks

{{หัวเรื่อง
| เส้น = #fb607f
| พื้น = #bcdb75
| ชื่อเรื่อง = {{fs|120%|{{color|grey|ขายฝาก (sale with right of redemption)}}}}
| ชื่อเรื่องย่อย = [[ไฟล์:Scales even icon.svg|20px]] {{fs|85%|วิ กิ ตํ า ร า ก ฎ ห ม า ย ไ ท ย}}
| ก่อนหน้า = 
| ถัดไป = 
| หมายเหตุ = 
(contracted; show full)
| 
|-
| 2
| 2018/2530
| {{gap}} ผู้มีสิทธิไถ่นั้น กฎหมายกำหนดตัวไว้ชัดเจนแล้ว แม้โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 2 ผู้ขายฝาก ก็ไม่มีสิทธิไถ่ เพราะไม่ใช่บุคคลที่กฎหมายกำหนดไว้ โจทก์จะอ้างว่า ทรัพย์สินขายฝากเป็นสินสมรสซึ่งสามีภริยามีสิทธิด้วยกันคนละครึ่ง แล้วขอใช้สิทธิไถ่นั้นมิได้
| 

! colspan="4" bgcolor="#bcdb75" | {{color|#7ea12b|สินไถ่}}
|-
| 1
| 8591/2547
| {{gap}} จำเลยขายบ้านพร้อมที่ดินฝากไว้กับโจทก์ ในสัญญาระบุว่า ขายฝากกันราคาสามแสนหนึ่งหมื่นบาท แต่ไม่ได้ระบุว่า ให้คิดสินไถ่กันเท่าใด จึงต้องถือเป็นปริยายว่า ให้คิดสินไถ่สามแสนหนึ่งหมื่นบาทตามราคาขาย ตาม ป.พ.พ. ม. 499 (เดิม)

{{gap}} ที่จำเลยต่อสู้ว่า ที่จริงขายฝากกันแค่สองแสนบาท ส่วนที่เขียนไว้ในสัญญานั้นบวกดอกเบี้ยเข้าไปด้วย เมื่อคิดแล้วดอกเบี้ยย่อมสูงกว่าร้อยละสิบห้าต่อปี เป็นการมิชอบตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม. 4 (6) ศาลฎีกาเห็นว่า ม. 2 แห่งพระราชบัญญัตินี้ ว่า ให้ใช้พระราชบัญญัติเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2540 สัญญาขายฝากรายนี้ทำเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2541 ก่อนพระราชบัญญัติใช้บังคับ จึงนำพระราชบัญญัตินี้มาปรับใช้แก่คดีไม่ได้ และต้องฟังว่า สินไถ่เท่ากับสามแสนหนึ่งหมื่นบาทดังวินิจฉัยมาแล้ว

{{gap}} เมื่อจำเลยไปไถ่บ้านพร้อมที่ดินนั้นในราคาสองแสนสามหมื่นบาท จึงเป็นการไถ่โดยมิชอบ โจทก์มีสิทธิบอกปัดได้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า จำเลยยังมิได้ใช้สิทธิไถ่โดยชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
| 
|-
|}

== เชิงอรรถ ==

{{reflist|3}}

== อ้างอิง ==

(contracted; show full)----
{{ท้ายเรื่อง
| เส้น = #fb607f
| พื้น = #bcdb75
}}
{{เอกเทศสัญญา}}

[[หมวดหมู่:เอกเทศสัญญา]]