Difference between revisions 16276 and 16277 on thwikibooks

{{หัวเรื่อง
| เส้น = #fb607f
| พื้น = #bcdb75
| ชื่อเรื่อง = {{fs|120%|{{color|grey|ขายฝาก (sale with right of redemption)}}}}
| ชื่อเรื่องย่อย = [[ไฟล์:Scales even icon.svg|20px]] {{fs|85%|วิ กิ ตํ า ร า ก ฎ ห ม า ย ไ ท ย}}
| ก่อนหน้า = 
| ถัดไป = 
| หมายเหตุ = 
(contracted; show full)

{{gap}} เมื่อจำเลยไปไถ่บ้านพร้อมที่ดินนั้นในราคาสองแสนสามหมื่นบาท จึงเป็นการไถ่โดยมิชอบ โจทก์มีสิทธิบอกปัดได้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า จำเลยยังมิได้ใช้สิทธิไถ่โดยชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
| 
|-
! colspan="4" bgcolor="#bcdb75" | {{color|#7ea12b|การไถ่}}
|-
| 1

| 2547/2535
| {{gap}} ผู้ขายไถ่ที่ดินพิพาทจากผู้ซื้อภายในกำหนดตามสัญญาขายฝากแล้ว ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นทันที แม้ยังไม่ได้จดทะเบียนการไถ่ ก็มีผลเพียงเป็นการได้ทรัพยสิทธิคืนมาโดยไม่บริบูรณ์ (กรรมสิทธิ์ใช้ยันได้ระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อเท่านั้น ใช้ยันบุคคลภายนอกยังมิได้) เมื่อผู้ขายตายลง ผู้จัดการมรดกของผู้ขายจึงมีสิทธิฟ้องร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้ซื้อไปจดทะเบียนเมื่อใดก็ได้
| 
|-
| 2
| 5377/2539
| {{gap}} โจทก์ชำระสินไถ่เป็นแคชเชียร์เช็คที่ธนาคารออกให้ เช็คดังกล่าวเปรียบเสมือนเงินสด หากจำเลยสงสัยว่าปลอมหรือไม่มีเงิน ก็สามารถตรวจสอบได้โดยง่าย แต่จำเลยยืนกรานไม่ยอมรับไว้ ย่อมผิดปรกติ ประกอบกับถ้าจำเลยต้องการรับชำระหนี้ด้วยเงินสด ก็ควรระบุไว้ในสัญญาหรือแจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้า ดังนี้ จึงถือได้ว่า จำเลยบิดพลิ้วไม่รับชำระหนี้ และโจทก์ได้ใช้สิทธิไถ่โดยชอบแล้ว
| 
|-
| 32
| 1370/2544
| {{gap}} โจทก์ฟ้องว่า บิดาขายที่ดินฝากไว้กับจำเลย กำหนดไถ่ภายในหนึ่งปี ต่อมาก่อนครบกำหนด บิดาก็ไถ่ และจำเลยก็รับไถ่ โดยตกลงจะไปจดทะเบียนการไถ่ภายหลัง จนบิดาโจทก์ตาย จำเลยก็ยังไม่จดทะเบียนให้ โจทก์จึงขอให้สั่งให้จำเลยไปจดทะเบียน ถ้าจำเลยไม่ไป ก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า นับตั้งแต่เวลาไถ่จนถึงเวลาฟ้องคดีนี้ เกินสิบปีแล้ว คดีจึงขาดอายุตาม ป.พ.พ. ม. 193/9

{{gap}} ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อบิดาโจทก์ไถ่โดยชอบแล้ว ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาททันที ต่อมาเมื่อบิดาโจทก์ตาย โจทก์เป็นทายาท ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย และย่อมอาศัยอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ติดตามเอาที่ดินคืนได้ทุกเมื่อ กรรมสิทธิ์เป็นทรัพยสิทธิ มิใช่เป็นสิทธิทางหนี้อันเป็นบุคคลสิทธิซึ่งอยู่ในอายุความข้างต้น คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
| ทำนองเดียวกับ ฎ. 2547/2535
|-
| 43
| 5873/2550
| {{gap}} ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท และจดทะเบียนขายที่ดินนั้นฝากไว้กับจำเลย ครั้นพ้นเวลาไถ่แล้ว จำเลยจึงกู้ยืมเงินธนาคารกรุงไทยโดยเอาที่ดินนั้นไปจำนองไว้ ผู้ร้องขอให้ศาลสั่งให้จำเลยปล่อยการครอบครองที่ดิน เพราะตนได้ไถ่แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม ป.พ.พ. ม. 492 ผู้ไถ่จะได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งไถ่ ก็ต่อเมื่อชำระสินไถ่แล้ว สินไถ่นั้นจะชำระโดยตรงต่อผู้มีหน้าที่รับไถ่ หรือจะนำไปวางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์ก็ได้ แต่เมื่อปรากฏว่า ผู้ร้องยังไม่ได้ชำระสินไถ่หรือวางสินไถ่ที่สำนักวางทรัพย์ ผู้ร้องจึงยังไม(contracted; show full)----
{{ท้ายเรื่อง
| เส้น = #fb607f
| พื้น = #bcdb75
}}
{{เอกเทศสัญญา}}

[[หมวดหมู่:เอกเทศสัญญา]]