Difference between revisions 16283 and 16287 on thwikibooks

{{หัวเรื่อง
| เส้น = #fb607f
| พื้น = #bcdb75
| ชื่อเรื่อง = {{fs|120%|{{color|grey|ขายฝาก (sale with right of redemption)}}}}
| ชื่อเรื่องย่อย = [[ไฟล์:Scales even icon.svg|20px]] {{fs|85%|วิ กิ ตํ า ร า ก ฎ ห ม า ย ไ ท ย}}
| ก่อนหน้า = 
| ถัดไป = 
| หมายเหตุ = 
(contracted; show full)

{{gap}} ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อบิดาโจทก์ไถ่โดยชอบแล้ว ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาททันที ต่อมาเมื่อบิดาโจทก์ตาย โจทก์เป็นทายาท ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย และย่อมอาศัยอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ติดตามเอาที่ดินคืนได้ทุกเมื่อ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
| {{ubl|• {{gap|0.3em}} ที่คดีนี้ไม่ขาดอายุความ เพราะ
[[อายุความในกฎหมายแพ่งเสียสิทธิ]] (extinctive prescription) มีไว้สำหรับการใช้สิทธิทางหนี้เรียกร้องอันเป็นบุคคลสิทธิ ส่วนกรรมสิทธิ์เป็นทรัพยสิทธิ การใช้อำนาจแห่งกรรมสิทธิ์จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งอายุความไม่อยู่ในบังคับแห่งอายุความว่าถ้าไม่ใช่ภายในเวลาเท่านั้นเท่านี้แล้วจะเสียไป|• {{gap|0.3em}} คดีนี้มีลักษณะเดียวกับ ฎ. 2156/2530, 2547/2535}}
|-
| 4
| 5873/2550
| {{gap}} ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท และจดทะเบียนขายที่ดินนั้นฝากไว้กับจำเลย ครั้นพ้นเวลาไถ่แล้ว จำเลยจึงกู้ยืมเงินธนาคารกรุงไทยโดยเอาที่ดินนั้นไปจำนองไว้ ผู้ร้องขอให้ศาลสั่งให้จำเลยปล่อยการครอบครองที่ดิน เพราะตนได้ไถ่แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม ป.พ.พ. ม. 492 ผู้ไถ่จะได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งไถ่ ก็ต่อเมื่อชำระสินไถ่แล้ว สินไถ่นั้นจะชำระโดยตรงต่อผู้มีหน้าที่รับไถ่ หรือจะนำไปวางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์ก็ได้ แต่เมื่อปรากฏว่า (contracted; show full)----
{{ท้ายเรื่อง
| เส้น = #fb607f
| พื้น = #bcdb75
}}
{{เอกเทศสัญญา}}

[[หมวดหมู่:เอกเทศสัญญา]]