Difference between revisions 16295 and 16296 on thwikibooks

{{หัวเรื่อง
|ชื่อเรื่อง=  [[หนี้|{{color|grey|หนี้}}]]
|ชื่อเรื่องย่อย= ลักษณะแห่งหนี้
|วิกิพีเดียชื่อเรื่อง= 
|พระราชนิพนธ์=
|พระนิพนธ์=
|ผู้แต่ง= 
|ผู้แต่งไม่ลิงก์= 
(contracted; show full)

คำ "obligation" ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน มีรากมาจากคำ "obligacioun" ในภาษาอังกฤษมัชฌิมยุค (ค.ศ. 1250-1300) ซึ่งมีที่มาจากคำ "obligation" (อ็อบลีกาซียง) ในภาษาฝรั่งเศส อันรับมาจากคำ "obligātiōn" ในภาษาละตินตามลำดับ ทั้งหมดมีความหมายว่า ความผูกพัน (a binding)<ref>"Obligation"; 2011: Online.</ref>


== สภาพแห่งหนี้ ==

{| class="toccolours" style="float: left; margin-left: 1em; margin-right: 2em; font-size: 85%; background:#ffcccc; width:25em; max-width: 40%;" cellspacing="5"
| style="text-align: left;" | "สิทธิเรียกร้องใด ๆ ถ้ามิได้ใช้บังคับภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด สิทธิเรียกร้องนั้นเป็นอันขาดอายุความ"
|-
| style="text-align: right;" | '''ป.พ.พ. ม. 193/9'''
|-
| style="text-align: left;" | "ทรัพยสิทธิทั้งหลายนั้น ท่านว่า จะก่อตั้งขึ้นได้แต่ด้วยอาศัยอำนาจในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น"
|-
| style="text-align: right;" | '''ป.พ.พ. ม. 1298'''
|-
| style="text-align: left;" | "บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบ และโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่า บุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์"
|-
| style="text-align: right;" | '''ป.พ.พ. ม. 1382'''
|-
| style="text-align: left;" | "ภาระจำยอมนั้น ถ้ามิได้ใช้สิบปี ท่านว่า ย่อมสิ้นไป"
|-
| style="text-align: right;" | '''ป.พ.พ. ม. 1399'''
|-
| style="text-align: left;" | 
|-
| style="text-align: right;" | <!-- [[File:Don't abbreviate as Wiki (no text).png|100px|สวัสดีค่ะ วิกิพีตังค่ะ!]] -->
|-
|}

== สภาพแห่งหนี้ ==

หนี้เป็น[[ทรัพย์สิน]]ประเภทหนึ่ง และสามารถจำหน่ายจ่ายโอน (disposable) ไปได้เหมือนทรัพย์สินประเภทอื่น ๆ ซึ่งจะได้[[หนี้/การโอนสิทธิเรียกร้อง|อธิบายต่อไปข้างหน้า]]

นอกจากนี้ เมื่อแบ่งประเภทตามวัตถุแห่งสิทธิ (subject of right) แล้ว หนี้จัดเป็น[[บุคคลสิทธิ]] (ius in personam) ประเภทหนึ่ง<ref>พระยาเทพวิทุรพหุลศรุตาบดี (บุญช่วย วณิกกุล). (2476). ''คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 และบรรพ 2.'' ม.ป.ป. อ้างถึงใน จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 19.</ref><ref>สมยศ เชื้อไทย; 2554, มิถุนายน: 138.</ref> ในฐานะที่เป็นบุคคลสิทธิ หนี้จึงรวมอยู่ในกองทรัพย์สิน (estate) ของบุคคลแต่ละคน แต่ในกองทรัพย์สินใช่ว่าจะมีแต่บุคคลสิทธิ ยังมี[[ทรัพยสิทธิ]] (ius in rem) อยู่ด้วย<ref>จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 20.</ref>

บุคคลสิทธิและทรัพยสิทธิแตกต่างกันเป็นสามประการใหญ่ ๆ คืออย่างไร อธิบายคร่าว ๆ ได้ดังนี้<ref name = "Chit-20-21">จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 20-21.</ref> 

1. {{gap|0.5em}} ทรัพยสิทธิจะบังเกิดขึ้นด้วยผลของกฎหมายเพราะกฎหมายบัญญัติเท่านั้น  ตามที่บัญญัติไว้ความใน ป.พ.พ. ม. 1298 แต่บุคคลสิทธินั้น จะเกิดขึ้นเพราะกฎหมายก็ได้ หรือเพราะบุคคลจะตกลงกันก็ได้ เช่น บุคคลก่อหนี้กันเป็นต้น 

2. {{gap|0.5em}} บุคคลสิทธิมีผลระหว่างต่อผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น เช่น หนี้จะบังคับได้ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้เท่านั้น ขณะที่ทรัพยสิทธินั้นใช้อ้างต่อทุกคนได้เป็นเด็ดขาด

3. {{gap|0.5em}} อายุความตามกฎหมายแพ่งมีอยู่สองชนิด คือ [[อายุความได้สิทธิ]] (acquisitive prescription) อันเป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้สิทธิบังเกิดขึ้น และ[[อายุความเสียสิทธิ]] (extinctive prescription) อันเป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้สิทธิสิ้นสุดลง  หรือที่มักเรียกว่า "ขาดอายุความ" สำหรับบุคคลสิทธิประเภทหนี้นั้น  มีแต่อายุความเสียสิทธิดังที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. ม. 193/9 ส่วนทรัพยสิทธินั้น เกี่ยวเนื่องได้ทั้งอายุความได้สิทธิ  และอายุความเสียสิทธิ เช่น เมื่อบุคคลครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นจนได้ระยะเวลาและเข้าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามใน ป.พ.พ. ม. 1382 ก็จะได้ทรัพยสิทธิจาก[[การครอบครองปรปักษ์]] เป็นการได้สิทธิมาตามอายุความ หรือกรณี[[ภาระจำยอม]] เมื่อไม่ใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ใน ป.พ.พ. ม. 1399 ก็จะสิ้นสุดลง เป็นการเสียสิทธิไปตามอายุความ

อนึ่ง เมื่อบุคคลตาย กองทรัพย์สินของเขาจะเปลี่ยนไปเรียกว่า "[[กองมรดก]]" และจะตกทอดแก่ทายาทของเขา เพราะฉะนั้น ทายาทจึงจะต้องรับใช้หนี้ของผู้ตายต่อไปด้วย เว้นแต่บรรดาหนี้ที่ตามกฎหมายหรือตามสภาพแล้วเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้ตายอย่างแท้จริง กล่าวคือ ไม่มีใครชำระแทนได้โดยแน่แท้ เช่น ผู้ตายหมั้นกับบุคคลอื่นไว้ เมื่อเขาตาย ใครก็ไม่สามารถไปสมรสแทนเขาได้ ในกรณีอย่างนั้น หนี้ก็จะดับสูญไปโดยสภาพ<ref name = "Chit-20-21"/>

== มูลหนี้ ==

'''มูลหนี้''' (source of obligation) หรือ  บ่อเกิดแห่งหนี้นั้น คือ ได้แก่ [[นิติกรรม]] (legal transaction) และนิติเหตุ (legal cause)<ref name = "Chit-22">จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 22.</ref>

นิติกรรม คือ การที่บุคคลก่อความสัมพันธ์ทางกฎหมายขึ้นโดยสมัครใจและโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น ตกลงทำสัญญากัน คู่สัญญาก็มีหน้าที่ต่อกันตามสัญญา สัญญาจึงชื่อว่าเป็นมูลแห่งหนี้ของคู่สัญญาเหล่านั้น

(contracted; show full)
== เชิงอรรถ ==

{{reflist|2}}

{{หนี้}}

[[หมวดหมู่:หนี้]]