Difference between revisions 16330 and 16334 on thwikibooks{{หัวเรื่อง | ชื่อเรื่อง = [[หนี้|{{color|grey|หนี้}}]] | ชื่อเรื่องย่อย = ลักษณะแห่งหนี้ | วิกิพีเดียชื่อเรื่อง = | พระราชนิพนธ์ = | พระนิพนธ์ = | ผู้แต่ง = | ผู้แต่งไม่ลิงก์ = (contracted; show full) 1. {{gap|0.5em}} ทรัพยสิทธิเกิดขึ้นเพราะกฎหมายบัญญัติเท่านั้นตามความใน ป.พ.พ. ม. 1298 แต่บุคคลสิทธินั้น จะเกิดขึ้นเพราะกฎหมายก็ได้ หรือเพราะบุคคลตกลงกันก็ได้ เช่น บุคคลก่อหนี้กันเป็นต้น 2. {{gap|0.5em}} บุคคลสิทธิมีผลต่อผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น เช่น หนี้จะบังคับได้ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้เท่านั้น ขณะที่ทรัพยสิทธินั้นใช้อ้างต่อทุกคนได้เป็นเด็ดขาด 3. {{gap|0.5em}} [[อายุความ]] (prescription หรือ limitation) ตามกฎหมายแพ่งมีอยู่สองชนิด คือ อายุความได้สิทธิ (acquisitive prescription) อันเป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้สิทธิบังเกิดขึ้น และอายุความเสียสิทธิ (extinctive prescription) อันเป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้สิทธิสิ้นสุดลงหรือที่มักเรียกว่า "ขาดอายุความ" สำหรับบุคคลสิทธิประเภทหนี้นั้นมีแต่อายุความเสียสิทธิดังที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. ม. 193/9 ส่วนทรัพยสิทธินั้น เกี่ยวเนื่องมีได้ทั้งอายุความได้สิทธิและอายุความเสียสิทธิ เช่น เมื่อบุคคลครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นจนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน ป.พ.พ. ม. 1382 ก็จะได้ทรัพยสิทธิจาก[[การครอบครองปรปักษ์]] เป็นการได้สิทธิมาตามอายุความ หรือกรณี[[ภาระจำยอม]] เมื่อไม่ใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ใน ป.พ.พ. ม. 1399 ก็จะสิ้นสุดลง เป็นการเสียสิทธิไปตามอายุความ อนึ่ง เมื่อบุคคลตาย กองทรัพย์สินของเขาจะเปลี่ยนไปเรียกว่า "[[กองมรดก]]" และจะตกทอดแก่ทายาทของเขา เพราะฉะนั้น ทายาทจึงจะต้องรับใช้หนี้ของผู้ตายต่อไปด้วย เว้นแต่บรรดาหนี้ที่ตามกฎหมายหรือตามสภาพแล้วเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้ตายอย่างแท้จริง กล่าวคือ ไม่มีใครชำระแทนได้โดยแน่แท้ เช่น ผู้ตายหมั้นกับบุคคลอื่นไว้ เมื่อเขาตาย ใครก็ไม่สามารถไปสมรสแทนเขาได้ ในกรณีอย่างนั้น หนี้ก็จะดับสูญไปโดยสภาพ<ref name = "chit 20-21"/> == การเกิดหนี้ == หนี้เกิดขึ้นเพราะนิติกรรม และนิติเหตุ<ref name = "chit 22">จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 22.</ref> ทั้งสองประการนี้เป็นบ่อเกิดแห่งหนี้ หรือเรียกว่า '''มูลหนี้''' (source of obligation) '''[[นิติกรรม]]''' (legal transaction, legal act, judicial act หรือ juridical act) คือ การที่บุคคลกระทำลงด้วยใจสมัครและโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อก่อความสัมพันธ์ทางกฎหมายขึ้น ซึ่งอาจเป็นความสัมพันธ์ฝ่ายเดียว เช่น ให้[[คำมั่น]] (promise) ว่าจะขายทรัพย์สินให้ บุคคลนั้นก็มีหนี้ต้องขายทรัพย์สินเช่นนั้นให้ในอนาคตผู้ให้คำมั่นก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำมั่น คำมั่นจึงเป็นมูลแห่งหนี้ของเขา หรืออาจเป็นความสัมพันธ์หลายฝ่าย เช่น หลายคนตกลงทำสัญญากัน คู่สัญญาก็มีหน้าที่ต่อกันตามสัญญา สัญญาจึงชื่อว่าเป็นมูลแห่งหนี้ของคู่สัญญาเหล่านั้น ส่วน'''นิติเหตุ''' (legal cause หรือ proximate cause) คือ เหตุที่ทำให้บุคคลเกิดมีความสัมพันธ์ทางกฎหมายขึ้น อันเป็นเหตุที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ว่าเขาจะสมัครใจหรือไม่ก็ตาม เหตุเช่นนี้แบ่งเป็นสี่ประเภท คือ [[ละเมิด]] (tort), [[จัดการงานนอกสั่ง]] (agency without authorisation), [[ลาภมิควรได้]] (unjust enrichment) และบุคคลสถานะ เช่น หน้าที่ของบิดามารดาต่อบุตร<ref name = "chit 22"/><ref>ศนันท์กรณ์ โสตถิพันธุ์, 2552: 17.</ref> เป็นต้นว่า แพรวพราวคุยโทรจิตกับเพื่อนขณะขับรถยนต์อยู่บนถนนหลวง จึงชนรถโดยสารสาธารณะเข้าอย่างจัง มีผู้บาดเจ็บแล(contracted; show full) ---- {{ท้ายเรื่อง | ถัดไป = [[หนี้/วัตถุแห่งหนี้|วัตถุแห่งหนี้]] }} {{หนี้}} [[หมวดหมู่:หนี้]] All content in the above text box is licensed under the Creative Commons Attribution-ShareAlike license Version 4 and was originally sourced from https://th.wikibooks.org/w/index.php?diff=prev&oldid=16334.
![]() ![]() This site is not affiliated with or endorsed in any way by the Wikimedia Foundation or any of its affiliates. In fact, we fucking despise them.
|