Revision 16306 of "หนี้/วัตถุแห่งหนี้" on thwikibooks{{หัวเรื่อง
| ชื่อเรื่อง = [[หนี้|{{color|grey|หนี้}}]]
| ชื่อเรื่องย่อย = วัตถุแห่งหนี้
| วิกิพีเดียชื่อเรื่อง =
| พระราชนิพนธ์ =
| พระนิพนธ์ =
| ผู้แต่ง =
| ผู้แต่งไม่ลิงก์ =
| วิกิพีเดียผู้แต่ง =
| ผู้แปล =
| เรื่องก่อนหน้า =
| เรื่องถัดไป =
| ก่อนหน้า = [[หนี้/ลักษณะแห่งหนี้|ลักษณะแห่งหนี้]]
| ถัดไป = [[หนี้/การเรียกชำระหนี้|การเรียกชำระหนี้]]
| หมายเหตุ =
}}
{{c|{{fs|140%|'''2'''}}}}
{{c|{{fs|140%|'''วัตถุแห่งหนี้'''}}}}
{{สารบัญขวา}}
{{color|#ff5a5a|{{fs|140%|'''วัตถุแห่งหนี้'''}}}} (subject matter of obligation หรือ subject of claim) คือ ความมุ่งหมายของหนี้ แบ่งตามสภาพแล้วได้สองชนิด คือ การกระทำ (performance) และการงดเว้นกระทำ (forbearance) กล่าวคือ เป็นสิ่งที่เจ้าหนี้สามารถเรียกร้องให้ลูกหนี้ทำ หรือไม่ทำ เพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้เอง ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. ม. 194<ref name = "Chit-34">จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 34.</ref> เช่น ในสัญญาซื้อขายที่ดิน ผู้ขายเรียกให้ผู้ซื้อชำระราคาที่ดินได้ เงินที่ผู้ซื้อจะจ่ายจึงเป็นวัตถุแห่งหนี้ของผู้ซื้อ ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อก็เรียกให้ผู้ขายส่งมอบที่ดินได้ ที่ดินจึงเป็นวัตถุแห่งหนี้ของผู้ขาย
อนึ่ง บางตำราแบ่งวัตถุแห่งหนี้เป็นสามชนิด คือ การกระทำ, การงดเว้นกระทำ และการโอนทรัพย์สิน<ref name = "Chit-34"/> นอกจากนี้ คำว่า "วัตถุ" ที่ใช้ในกฎหมาย อาจทำให้เข้าใจไปว่าต้องเป็นสิ่งของ แต่[[หนี้/ลักษณะแห่งหนี้|ดังที่ได้อธิบายไปแล้ว]]ว่าหนี้มีได้หลายรูปแบบ บางตำราจึงพอใจจะใช้คำว่า "เนื้อหาแห่งหนี้" มากกว่า<ref name = "Chit-34"/>
== วัตถุแห่งหนี้เป็นทรัพย์สิน ==
=== ทรัพย์สินทั่วไป ===
{| class="toccolours" style="float: right; margin-left: 1em; margin-right: 2em; font-size: 85%; background:#ffcccc; width:25em; max-width: 40%;" cellspacing="5"
| style = "text-align: left;" | "ด้วยอำนาจแห่งมูลหนี้ เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิจะเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ อนึ่ง การชำระหนี้ด้วยงดเว้นการอันใดอันหนึ่งก็ย่อมมีได้"
|-
| style = "text-align: right;" | '''ป.พ.พ. ม. 194'''
|-
| style = "text-align: left;" | "เมื่อทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้นได้ระบุไว้แต่เพียงเป็นประเภท และถ้าตามสภาพแห่งนิติกรรม หรือตามเจตนาของคู่กรณีไม่อาจจะกำหนดได้ว่าทรัพย์นั้นจะพึงเป็นชนิดอย่างไรไซร้ ท่านว่าลูกหนี้จะต้องส่งมอบทรัพย์ชนิดปานกลาง <br> "ถ้าลูกหนี้ได้กระทำการอันตนจะพึงต้องทำเพื่อส่งมอบทรัพย์สิ่งนั้นทุกประการแล้วก็ดี หรือถ้าลูกหนี้ได้เลือกกำหนดทรัพย์ที่จะส่งมอบแล้วด้วยความยินยอมของเจ้าหนี้ก็ดี ท่านว่าทรัพย์นั้นจึงเป็นวัตถุแห่งหนี้จำเดิมแต่เวลานั้นไป"
|-
| style = "text-align: right;" | '''ป.พ.พ. ม. 195'''
|-
| style = "text-align: left;" | "ถ้าหนี้เงินได้แสดงไว้เป็นเงินต่างประเทศ ท่านว่าจะส่งใช้เป็นเงินไทยก็ได้ <br> "การเปลี่ยนเงินนี้ ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ณ สถานที่และในเวลาที่ใช้เงิน"
|-
| style = "text-align: right;" | '''ป.พ.พ. ม. 196'''
|-
| style = "text-align: left;" | "ถ้าหนี้เงินจะพึงส่งใช้ด้วยเงินตราชนิดหนึ่งชนิดใดโดยเฉพาะ อันเป็นชนิดที่ยกเลิกไม่ใช้กันแล้วในเวลาที่จะต้องส่งเงินใช้หนี้นั้นไซร้ การส่งใช้เงินท่านให้ถือเสมือนหนึ่งว่ามิได้ระบุไว้ให้ใช้เป็นเงินตราชนิดนั้น"
|-
| style = "text-align: right;" | '''ป.พ.พ. ม. 197'''
|-
| style = "text-align: left;" |
|-
| style = "text-align: right;" | [[ไฟล์:Don't abbreviate as Wiki (no text).png|100px|สวัสดีค่ะ วิกิพีตังค่ะ!]]
|-
|}
วัตถุแห่งหนี้จะเป็นทรัพย์สินหรือไม่ก็ได้ และในเวลาที่หนี้เกิด ทรัพย์สินที่เป็นวัตถุแห่งหนี้จะมีตัวอยู่แล้วหรือไม่ก็ได้ เช่น ซื้อขายข้าวซึ่งจะออกรวงในปลายปีกันก็ได้<ref name = "Chit-36">จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 36.</ref>
โดยปรกติแล้ว ทรัพย์สินใดจะเป็นวัตถุแห่งหนี้ ควรกำหนดไว้ให้เจาะจง ถ้าไม่ได้กำหนด แต่คู่กรณีแสดงออกบางอย่าง กฎหมายก็ให้นับว่าเป็นการกำหนดทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งหนี้ได้ โดยป.พ.พ. ม. 195 ว. 2 ระบุถึงการแสดงออกดังกล่าวไว้สองกรณี คือ<ref name = "Chit-38">จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 38.</ref>
* กรณี 1 ลูกหนี้ได้ทำการใด ๆ ที่ควรทำเพื่อส่งมอบทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ เช่น ก เป็นพ่อค้าขายข้าวสาร ข โทรศัพท์มาสั่งข้าวหนึ่งกระสอบ เท่านี้อาจไม่สามารถเจาะจงได้ว่าข้าวกระสอบใดเป็นวัตถุแห่งการซื้อขาย ต่อมา ก สั่งให้ลูกน้องขนข้าวกระสอบหนึ่งไปส่งให้ ข นับแต่นั้นก็ถือว่าข้าวกระสอบดังกล่าวเป็นวัตถุแห่งการซื้อขาย
* กรณี 2 ลูกหนี้ได้เลือกตัวทรัพย์สินที่จะส่งมอบให้เจ้าหนี้ และเจ้าหนี้ยินยอมให้เลือกเช่นนั้น เช่น ก เป็นพ่อค้าขายไม้สัก ข โทรศัพท์มาสั่งไม้สักสิบท่อน แล้ว ข ให้เจ้าหน้าที่มาตรวจตีตราไม้ตามกฎหมาย เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจเสร็จ ไม้สิบห้าท่อนที่ตีตราแล้วก็ชื่อว่าเป็นวัตถุแห่งการซื้อขาย
<!--
เมื่อรู้ตัวทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งหนี้แล้ว ถ้าทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินเฉพาะสิ่ง (specific property) กล่าวคือ ทรัพย์สินที่คัดแยกไว้เป็นพิเศษ เช่น ที่ได้ชั่งไว้, ตวงไว้, วัดไว้, หมายไว้, เลือกไว้ เป็นต้น และจะหาสิ่งไรมาแทนมิได้ ตัวอย่างเช่น ก ตกลงซื้อรถยนต์จาก ข คันหนึ่ง โดยเลือกรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ สีขาว ทะเบียน กข-1234 เอาไว้ รถยนต์เก๋งดังกล่าวเป็นทรัพย์สินเฉพาะสิ่ง และทรัพย์สินเฉพาะสิ่งนั้นดับสูญไป ย่อมส่งผลให้[[การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย]] ซึ่งจะก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ระหว่างเจ้าหนี้ลูกหนี้ต่อไปอีก<ref name = "Chit-38"/>
ในนิติกรรมที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินกันนั้น ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้เป็นอื่น กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวจะโอนจากลูกหนี้ไปยังเจ้าหนี้ทันทีที่เป็นทรัพย์สินเฉพาะสิ่ง แม้ยังไม่ได้ส่งมอบกันจริง ๆ ก็ตาม และถ้าทรัพย์สินเฉพาะสิ่งวินาศลงก่อนส่งมอบ เจ้าหนี้ต้องรับความวินาศไว้เอง เพราะถือว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของเจ้าหนี้แล้ว<ref name = "Chit-38"/> ทั้งนี้ ตามหลักกฎหมายที่ว่า "ความวินาศแห่งทรัพย์ย่อมตกเป็นพับแก่เจ้าของ" (''res perit domino'', the thing perishes for the owner) <ref>USlegal.com; 2011: Online.</ref><ref>Lawdictionary.org; 2011: Online.</ref>
-->
อนึ่ง ถ้าคู่กรณีเพียงแต่ตกลงกันเรื่องประเภทของทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งหนี้ และไม่ได้เจาะจงว่าจะเป็นทรัพย์สินชิ้นไหน กับทั้งไม่อาจหยั่งทราบได้จากสภาพแห่งนิติกรรมหรือกเจตนาของคู่กรณีแล้วด้วย เช่น ตกลงกันว่าจะซื้อขายช้างหนึ่งตัว แต่ไม่ได้ตกลงกันว่าเป็นตัวไหน เป็นต้น ย่อมเกิดปัญหาในการส่งมอบทรัพย์สินได้ ป.พ.พ. ม. 195 ว. 1 จึงว่า ให้ส่งมอบทรัพย์สินประเภทนั้นในชนิดปานกลาง<ref name = "Chit-36"/> คำว่า "ชนิดปานกลาง" (intermediate quality) ในที่นี้หมายความว่า มีคุณภาพกลาง ๆ กล่าวคือ ไม่ดีที่สุด แต่ก็ไม่เลวที่สุด<ref name = "Chit-36"/>
=== เงินตรา ===
เงินตรา (money) ในทางกฎหมาย หมายถึง เงินที่รัฐกำหนดขึ้นไว้เพื่อใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ได้แก่ เหรียญกระษาปณ์ และธนบัตร<ref name = "Royin">ราชบัณฑิตยสถาน; 2551, 7 กุมภาพันธ์: ออนไลน์.</ref>
เงินตรามีลักษณะพิเศษกว่าทรัพย์สินทั่วไป ตรงที่ไม่อาจกำหนดว่าเป็นชนิดดี เลว หรือปานกลาง เพราะโดยสภาพแล้วเหมือนกันหมด เงินตราจึงไม่มีปัญหาให้พิเคราะห์เรื่องชนิดปานกลางเหมือนทรัพย์สินทั่วไป<ref name = "Chit-40">จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 40.</ref>
ถ้าคู่กรณีตกลงให้ชำระหนี้กันด้วยเงินตราอันเลิกใช้แล้ว เช่น พ.ศ. 2553 ก ซื้อบ้านหลังหนึ่งจาก ข และทั้งคู่ตกลงกันให้ชำระค่าบ้านด้วยเงินพดด้วงซึ่งในสมัยนั้นเลิกใช้แล้ว ดังนี้ ป.พ.พ. ม. 197 ให้ถือว่า คู่กรณีไม่เคยได้ตกลงกันให้ชำระแบบนั้น ทั้งนี้ ที่จริงคู่กรณีจะตกลงกันให้ชำระหนี้ด้วยเงินตราเลิกใช้ก็ได้ แต่เพราะโดยสภาพแล้วไร้ประโยชน์และเสียเวลาเปล่า กฎหมายจึงบัญญัติแก้ไว้อย่างนั้น<ref name = "Chit-40"/>
นอกจากนี้ ถ้าคู่กรณีตกลงกันให้ชำระหนี้ด้วยเงินตราต่างประเทศ ป.พ.พ. ม. 196 ว. 1 ว่า ลูกหนี้จะชำระด้วยเงินไทยแทนก็ได้ เป็นสิทธิที่ลูกหนี้จะเลือก ไม่ใช่บทบังคับ<ref name = "Chit-42"/> นักนิติศาสตร์ว่า ถ้าคู่กรณีตกลงกันว่าให้ชำระเป็นเงินต่างประเทศอย่างเดียวเท่านั้น ห้ามใช้เงินไทย หรือกลับกัน ให้ใช้เงินไทยอย่างเดียว ห้ามใช้ของต่างชาติ ข้อตกลงอย่างนี้เป็นโมฆะ เพราะขัดต่อหลักที่ว่า เงินตราไม่ว่าของชาติใด ตราบที่มีกฎหมายรับรอง ก็ใช้ชำระหนี้ได้ทั้งนั้น<ref name = "Chit-42">จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 42.</ref> แต่ศาลฎีกาเคยพิพากษาว่า ไม่เป็นโมฆะ<ref name = "Chite-42-43">จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 42-43.</ref>
ถ้าลูกหนี้เลือกชำระหนี้ด้วยเงินไทย ป.พ.พ. ม. 196 ว. 2 ว่า ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ สถานที่และในเวลาที่ใช้เงิน ซึ่งปรกติได้แก่อัตราที่กำหนดไว้โดยธนาคารพาณิชย์ซึ่งรับแลกเงินระหว่างสกุลต่างประเทศกับสกุลไทย<ref name = "Chite-42-43"/>
== วัตถุแห่งหนี้มีหลายอย่าง ==
{| class="toccolours" style="float: left; margin-left: 1em; margin-right: 2em; font-size: 85%; background:white; width:25em; max-width: 40%;" cellspacing="5"
| style = "text-align: left;" | "ถ้าการอันมีกำหนดพึงกระทำเพื่อชำระหนี้นั้นมีหลายอย่าง แต่จะต้องกระทำเพียงการใดการหนึ่งแต่อย่างเดียวไซร้ ท่านว่า สิทธิที่จะเลือกทำการอย่างใดนั้นตกอยู่แก่ฝ่ายลูกหนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น"
|-
| style = “text-align: left;” | '''ป.พ.พ. ม. 198'''
|-
| style = "text-align: left;" | "การเลือกนั้นท่านให้ทำด้วยแสดงเจตนาแก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง <br> "การชำระหนี้ได้เลือกทำเป็นอย่างใดแล้ว ท่านให้ถือว่า อย่างนั้นอย่างเดียวเป็นการชำระหนี้อันกำหนดให้กระทำแต่ต้นมา"
|-
| style = “text-align: left;” | '''ป.พ.พ. ม. 199'''
|-
| style = "text-align: left;" | "ถ้าจะต้องเลือกภายในระยะเวลาอันมีกำหนด และฝ่ายที่มีสิทธิจะเลือกมิได้เลือกภายในระยะเวลานั้นไซร้ ท่านว่า สิทธิที่จะเลือกนั้นย่อมตกไปอยู่แก่อีกฝ่ายหนึ่ง <br> "ถ้ามิได้กำหนดระยะเวลาให้เลือกไซร้ เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ ฝ่ายที่ไม่มีสิทธิจะเลือกอาจกำหนดเวลาพอสมควรแก่เหตุ แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายโน้นใช้สิทธิเลือกภายในเวลาอันนั้น"
|-
| style = “text-align: left;” | '''ป.พ.พ. ม. 200'''
|-
| style = "text-align: left;" | "ถ้าบุคคลภายนอกจะพึงเป็นผู้เลือก ท่านให้กระทำด้วยแสดงเจตนาแก่ลูกหนี้ และลูกหนี้จะต้องแจ้งความนั้นแก่เจ้าหนี้ <br> "ถ้าบุคคลภายนอกนั้นไม่อาจจะเลือกได้ก็ดี หรือไม่เต็มใจจะเลือกก็ดี ท่านว่า สิทธิที่จะเลือกตกไปอยู่แก่ฝ่ายลูกหนี้"
|-
| style = “text-align: left;” | '''ป.พ.พ. ม. 201'''
|-
| style = "text-align: left;" | "ถ้าการอันจะพึงต้องทำเพื่อชำระหนี้นั้นมีหลายอย่าง และอย่างใดอย่างหนึ่งตกเป็นอันพ้นวิสัยจะทำได้มาแต่ต้นก็ดี หรือกลายเป็นพ้นวิสัยในภายหลังก็ดี ท่านให้จำกัดหนี้นั้นไว้เพียงการชำระหนี้อย่างอื่นที่ไม่พ้นวิสัย อนึ่ง การจำกัดอันนี้ย่อมไม่เกิดมีขึ้น หากว่าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายที่ไม่มีสิทธิจะเลือกนั้นต้องรับผิดชอบ"
|-
| style = “text-align: left;” | '''ป.พ.พ. ม. 202'''
|-
<!-- | style="text-align: left;" |
|-
| style = "text-align: right;" | [[ไฟล์:Sock puppetting2.png|120px|สวัสดีค่ะ วิกิพีตังค่ะ!]]
|- -->
|}
=== ลักษณะ ===
วัตถุแห่งหนี้อาจมีอย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ได้ กรณีหลายอย่างเช่น ก ตกลงขายรถยนต์คันหนึ่ง, บ้านหลังหนึ่ง, กระบือฝูงหนึ่ง บวกพระเครื่องอีกชุดหนึ่งให้แก่ ข ดังนี้ ทรัพย์สินที่ว่ามาล้วนเป็นวัตถุแห่งหนี้ของ ก (หนี้ของ ก คือ ต้องขายและส่งมอบทรัพย์สินเหล่านั้นให้แก่ ข) <ref>จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 43.</ref>
โดยปรกติแล้ว เมื่อวัตถุแห่งหนี้มีหลายอย่าง ลูกหนี้ต้องชำระหนี้ทุก ๆ อย่าง แต่ก็เป็นไปได้ที่ลูกหนี้ชำระหนี้เพียงบางอย่างแล้วเสร็จกัน หนี้ลักษณะนี้เรียกว่า "หนี้เลือกได้" (alternative obligation) <ref>จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 43-44.</ref> เช่น ก ให้เงิน ข ไปจำนวนหนึ่ง โดยสั่งว่า ให้ ข ไปหาซื้อข้าวเปลือกก็ได้ ข้าวสารก็ดี มาให้ตนตามเงินนั้น หน้าที่ที่ ข ต้องหาข้าวเปลือกหรือข้าวสารอย่างใดอย่างหนึ่งมาให้ ก เป็นหนี้เลือกได้<ref name = "Chit-44">จิ๊ด เศรษฐบุตร; 2554, กรกฎาคม: 44.</ref> แต่สองกรณีต่อไปนี้มิใช่การเลือกชำระหนี้ได้ คือ<ref name = "Chit-44"/>
* เมื่อตกลงให้ชำระหนี้หลายอย่างก่อนหลังกัน ลูกหนี้ต้องชำระทั้งหมด เพียงแต่ให้ดำเนินตามลำดับเท่านั้น
* เมื่อหนี้มีกำหนด[[เบี้ยปรับ]] (penalty) ไม่ใช่ว่าคู่กรณีสามารถเลือกชำระเบี้ยปรับแทนชำระหนี้ได้ เช่น ก ตกลงขายที่ดินแปลงหนึ่งให้ ข และทั้งคู่ตกลงกันว่า ถ้าฝ่ายใดไม่ชำระหนี้ต่ออีกฝ่าย กล่าวคือ ถ้า ก ไม่ขายที่ดินให้ ข หรือถ้า ข ไม่ชำระราคาที่ดินให้ ก ฝ่ายนั้นต้องจ่ายเบี้ยปรับเป็นเงินจำนวนหนึ่งให้อีกฝ่าย ดังนี้ ไม่ใช่กรณีที่ ก สามารถเลือกจ่ายเบี้ยปรับให้ ข แทนการขายที่ดินให้ หรือ ข สามารถเลือกจ่ายเบี้ยปรับให้ ก แทนการชำระราคาที่ดินให้ และหากทำ ก็ไม่เป็นผลให้หนี้เสร็จ กลับจะชื่อว่าผิดสัญญาต่อกันต่างหากด้วย เพราะกฎหมายมิได้มุ่งหมายให้เบี้ยปรับเป็นตัวเลือกหนึ่งในการชำระหนี้ แต่มีไว้ลงโทษคู่สัญญาผู้ไม่ทำตามสัญญา ดังที่ปรากฏในชื่ออยู่แล้วว่า มีไว้ "ปรับ"
=== สิทธิเลือก ===
=== ผลของการเลือก ===
== เชิงอรรถ ==
{{reflist}}
{{หนี้}}
[[หมวดหมู่:หนี้]]All content in the above text box is licensed under the Creative Commons Attribution-ShareAlike license Version 4 and was originally sourced from https://th.wikibooks.org/w/index.php?oldid=16306.
![]() ![]() This site is not affiliated with or endorsed in any way by the Wikimedia Foundation or any of its affiliates. In fact, we fucking despise them.
|