Difference between revisions 49303 and 63058 on thwikisource

::::::::::::::[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๘ ทิฎฐิวิสุทธินิเทศ|<<]]

(หน้าที่ 237)



== ปริจเฉทที่ ๑๘  ทิฏฐิวิสุทธินิเทศ ==


แสดงบรรยายความเห็นบริสุทธิ์

………………..


:วิสุทธิใดที่ท่านกล่าวไว้แล้วว่า  "ครั้นโยคาวจรทำการบ่มญาณ  (ของตน)  ด้วยการเล่าเรียนโดยวิธีท่องจำและสอบถามในธรรมทั้งหลาย  ที่เป็นภูมิ  (แห่งวิปัสสนาปัญญา)  เหล่านี้  (โดยทางปริยัติ)  แล้วควรทำวิสุทธิที่เป็นรากเหง้า ๒  ประการ  คือ  '''สีลวิสุทธิ'''  (ความบริสุทธิ์ของศีล)  และ  '''จิตตวิสุทธิ'''  (ความบริสุทธิ์ของจิต)  ให้สมบูรณ์  (โดยทางปฏิบัติ)"  นั้น  ศีล ๔  อย่างมีความสำรวมในพระปาติโมกข์เป็นต้น  ซึ่ง  (รักษา)  บริสุทธิ์ดีแล้ว  เรียกว่า  '''สีลวิสุทธิ'''  และศีล ๔  อย่างนั้น  ได้กล่าวไว้พิสดารแล้วใน  '''สีลนิเทศ'''  '''สมาบัติ ๘  พร้อมทั้งอุปจารสมาธิ  เรียกว่า  '''จิตตวิสุทธิ''''''  แม้จิตตวิสุทธินั้นก็กล่าวไว้โดยพิสดารในอาการทุกอย่างแล้วเช่นกัน  ใน  '''สมาธินิเทศ'''  ซึ่งท่านกล่าวไว้ด้วยคำว่า  “'''จิตตะ  (คือ  จิตตํ  ปญฺญฺญจ  ภาวยํ''' -  พึงทำสมาธิจิตและอริยปัญญาให้เกิด)”  เป็นหลัก  เพราะฉะนั้น  พึงทราบ  '''จิตตวิสุทธิ'''  นั้น  โดยนัยซึ่งกล่าวไว้พิสดารแล้วใน  '''สมาธินิเทศ'''  นั้นเช่นกัน

:แต่ที่กล่าวไว้ว่า  “วิสุทธิ ๕  เหล่านี้  คือ  '''ทิฏฐิวิสุทธิ'''   (ความเห็นบริสุทธิ์)  ๑  '''กังขาวิตรวิสุทธิ'''  (ความบริสุทธิ์ด้วยข้ามพ้นความสงสัย)  ๑  '''มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ'''  (ความบริสุทธิ์ด้วยความรู้ความเห็นว่าเป็นทางปฏิบัติถูกและทางปฏิบัติไม่ถูก) ๑  '''ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ'''  (ความบริสุทธิ์ด้วยความรู้ความเห็นในทางปฏิบัติถูก) ๑  '''ญาณทัสสนวิสุทธิ'''  (ความบริสุทธิ์ของความรู้ความเห็น) ๑  เป็นสรีระ  (ร่างกาย)”  นั้น

:ณ  บัดนี้  (พึงทราบว่า)  ความเห็นนามและรูป  ตามเป็นจริงเรียกว่า  '''ทิฏฐิวิสุทธิ'''



(๑.  '''นามรูปววัฏฐาน  หรือ  สังขารปริเฉท''')<sup>๑</sup>

:โยคาวจรผู้ปรารถนาจะบรรลุ  '''ทิฏฐิวิสุทธิ'''  นั้น  (ถ้าเป็น)จะกล่าว  '''สมถะยานิกะ'''  (ผู้มีสมถะเป็นทางดำเนิน) ก่อน,  ครั้นออกจากรูปาวจรญาณ  ญาณใดญาณฌาน ฌานใดฌานหนึ่ง  เว้นแต่เนวสัญญา-


<sup>๑</sup> คือ นามรูปปริจเฉทญาณ เป็นญาณอันดับที่ ๑ ในญาณ ๑๖ 


(หน้าที่ 238)




:นาสัญญายตนะแล้ว  ก่อนอื่นพึงกำหนดองค์ฌานทั้งหลายของญาณมีวิตกเป็นต้น  และธรรมทั้งหลายที่ประกอบด้วยองค์ของญาณฌานนั้น  (เช่น  เวทนา  สัญญา  เป็นต้น)  โดยลักษณะและรส  (หน้าที่)  เป็นต้น  (ของธรรมนั้น ๆ)  ครั้นแล้ว  พึงกำหนดแม้ทั้งหมด  (ดังกล่าวมา)  นั้นว่า  '''“นาม”'''  โดยความหมายว่า  “น้อมไป”  เพราะมุ่งหน้าน้อมไปสู่อารมณ์  แต่นั้นเมื่อโยคาวจรผู้นี้แหละจะพิจารณาดู  '''นาม''' นั้นให้ใกล้ชิดเข้าไป  จึงติดตามดูว่า '''นาม''' นี้อาศัยอะไร  จึงเป็นไป?  ก็เห็นหทยรูป  (หัวใจ)  เป็นที่อาศัยของนาม  เปรียบเหมือนบุรุษเห็นงูภายในเรือน  จึงติดตามมันไป  ก็พบที่อาศัยของมัน  ฉะนั้น  ครั้นแล้ว  โยคาวจรผู้นั้นก็กำหนด  '''รูป'''  ว่า  ภูตรูปทั้งหลายเป็นที่อาศัยของหทยรูป  และอุปาทายรูปทั้งหลายนอกนั้นก็อาศัยภูตรูป  ท่านโยคาวจรนั้นกำหนดแม้ทั้งหมดนั้นว่า  '''“รูป”'''  เพราะ  (มัน)  เสื่อมสลาย  แต่นั้น  ก็กำหนดนามและรูปโดยสังเขปว่า  '''นาม'''  มีการน้อมไปเป็นลักษณะ  '''รูป'''  มีการเสื่อมสลายเป็นลักษณะดังนี้



'''(๑.  กำหนดนามและรูปทางธาตุ ๔)<sup>๑</sup>'''

:ส่วนโยคาวจรผู้เป็น  '''วิปัสสนายานิกะ'''  (ผู้มีวิปัสสนาเป็นทางดำเนิน)  ล้วน ๆ  หรือว่า  ผู้เป็นสมถยานิกะนั้นนั่นเองก็ได้  กำหนดธาตุ ๔  โดยสังเขปหรือโดยพิสดาร  ด้วยมุขวิธีในการกำหนดธาตุเหล่านั้นๆ  ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วใน  '''จตุธาตุววัฏฐาน'''  มุขใดมุขวิธีใดวิธีหนึ่ง  ครั้นแล้วเมื่อธาตุทั้งหลายปรากฏชัดแจ้งแก่โยคาวจรผู้นั้นโดยรส  (หน้าที่)  และโดยลักษณะของมันตามเป็นจริง  รูป ๑๐ แล้ว พึงกำหนดเริ่มต้นรูป ๑๐ ก่อน คือ ในเส้นผมซึ่งมีกรรมเป็นสมุฏฐาน  ก็ปรากฏโดย  '''กายทสกะ'''  อย่างนี้ก่อนคือ  ธาตุ ๔  สี ๑  กลิ่น ๑  รส ๑  โอชา ๑  ชีวิต ๑  กายประสาท ๑  และรูปอีก ๑๐   ก็ปรากฏโดย  '''ภาวทสกะ'''  (คือ ๑๐  เหมือนกายทสกะ  ต่างกันแต่เปลี่ยน  '''กายประสาท'''  เป็น  '''ภาวะ'''  คือ  เพศชาย  หรือ  เพศหญิง)  เพราะมีภาวะ  (เพศ)  อยู่ในเส้นผมซึ่งมีกรรมเป็นสมุฏฐานนั้นเหมือนกัน  และรูปอีก  ๒๔  คือ  โอชัฏฐมกะ  (รูปมีโอชะเป็นที่ ๘  ได้แก่  ธาตุ  ๔  สี ๑  กลิ่น ๑  รส ๑  และโอชะเป็นที่แปด ๑)  ซึ่งมีอาหารเป็นสมุฏฐาน ๑  โอชัฏฐมกะ  ซึ่งมีฤดูเป็นสมุฏฐาน ๑  โอชัฏฐมกะ  ซึ่งมีจิตเป็นสมุฏฐาน ๑  (๘ x ๓  = ๒๔)    ก็ปรากฏในเส้นผมซึ่งมีกรรมเป็นสมุฏฐานนั้นด้วยเช่นกัน  เพราะฉะนั้น  จึงปรากฏเป็นรูป  ๔๔  -  ๔๔  ในโกฏฐาส ๔  ซึ่งมีสมุฏฐาน ๔ในโกฏฐาส ๔  ซึ่งมีสมุฏฐาน ๔  จึงปรากฏเป็นอย่างละ ๔๔ รูป  ด้วยอาการดังกล่าวนี้


<sup>๑</sup> กัมมัฏฐานที่ใช้อารมณ์กำหนด มีหลายอย่าง ตามหัวข้อ ๑ - ๕ สุดแต่โยคาวจร จะเลือกหัวข้อใดให้ถูกแก่จริตของตน - ดูต่อไป




(contracted; show full)
::::::::::::::[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๘ ทิฎฐิวิสุทธินิเทศ หน้าที่  ๒๔๑  - ๒๔๕|>>]]

==ดูเพิ่ม==

**[[วิสุทธิมรรค]] (หน้าหลัก)

**[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๘ ทิฎฐิวิสุทธินิเทศ|ปริเฉทที่ ๑๘ ทิฎฐิวิสุทธินิเทศ]]