Difference between revisions 49308 and 49315 on thwikisource::::::::::::::[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๘ ทิฎฐิวิสุทธินิเทศ|<<]] (หน้าที่ 246) แปลความว่า :''':ความจริง เมื่อขันธ์ทั้งหลายมีอยู่ การสมมติ (เรียก)''' :''':กันว่า สัตว์ ก็มีขึ้น เหมือนเสียงที่เรียกว่า “รถ” มีขึ้น ก็''' :''':เพราะเอาส่วนต่าง ๆ ประกบกันเข้า''' :แม้ท่านพระสารีบุตรก็กล่าวไว้อีกว่า “อาวุโส เพราะอาศัยไม้ เพราะอาศัยเถาวัลย์ เพราะอาศัยดินและเพราะอาศัยหญ้าล้อมเอาอากาศเข้าไว้ จึงถึงการนับว่า “อาคาร” แม้ฉันใด อาวุโส เพราะอาศัยกระดูก เพราะอาศัยเอ็น เพราะอาศัยเนื้อและเพราะอาศัยหนัง ล้อมเอาอากาศเข้าไว้ จึงถึงการนับว่า “รูป” ฉันนั้นเช่นกัน<sup>๑</sup> ทั้งนางวชิราภิกษุณีก็กล่าวไว้อีกว่า :''':ทุกฺขเมว หิ สมฺโภติ ทุกฺขํ ติฏฺฐติ เวติ จ''' :''':นาญฺญตฺร ทุกฺขา สมฺโภติ นาญฺญตฺร ทุกฺขา นิรุชฺฌติ.<sup>๒</sup>''' แปลความว่า :'''ที่จริง ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ และดับไป ''' (contracted; show full) :เพราะฉะนั้น ตัวหุ่นเป็นของว่างเปล่า ไม่มีชีวิต เคลื่อนไหวไม่ได้ ก็แต่ว่า ด้วยการประกอบไม้และเส้นเชือกชัก ตัวหุ่นนั้นก็เดินบ้าง ยืนบ้าง มีการเคลื่อนไหว ปรากฏคล้ายกับมีชีวิตชีวาขึ้นในขณะนั้น ฉันใด ถึงแม้นามและรูปนี้ก็พึงเห็นว่าฉันนั้นเช่นกัน เป็นของว่างเปล่า ไม่มีชีวิต ไม่มีความเคลื่อนไหว ก็แต่ว่า ด้วยการประกอบร่วมกันและกัน นามและรูปนั้นก็เดินบ้าง ยืนบ้าง มีการเคลื่อนไหว ปรากฏมีชีวิตชีวาขึ้นในขณะนั้น เพราะฉะนั้น ท่านผู้รู้แต่โบราณทั้งหลายจึงกล่าวไว้ว่า :''':นามญฺจ รูปญฺจ อิธตฺถิ สจฺจโต''' :''':น เหตฺถ สตฺโต มนุโชว วิชฺชติ''' :''':สุญฺญํ อิทํ ยนฺตมิวาภิสงฺขตํ''' :''':ทุกฺขสฺส ปุญฺโช ติณกฏฺฐสาทิโส.''' แปลความว่า :''':ว่าโดยสัจจะแล้ว นามและรูป มีอยู่ในโลกนี้ แต่ทว่า''' :''':สัตว์และมนุษย์หามีอยู่ในโลกนี้ไม่ นามและรูปนี้เป็นของ''' :''':ว่างเปล่า ถูกปัจจัยปรุงแต่งขึ้น เหมือนตัวหุ่น เป็นกองทุกข์''' :''':เช่นเดียวกับ (กอง) หญ้าและ (กอง) ไม้''' ๑ ขุ.อิติ ๒๕/๒๖๓, ขุ. ปฏิ.๓๑/๒๔๐-๒๔๑ (หน้าที่ 249) :อนึ่ง นามและรูปนี้ มิใช่จะพึงเปรียบเทียบให้รู้ชัดแจ้งด้วยอุปมาด้วยตัวหุ่นเท่านั้น พึงเปรียบเทียบให้รู้ชัดแจ้งด้วยอุปมาแม้ข้ออื่น ๆ เช่น ฟ่อนต้นอ้อเป็นต้นด้วย :อันที่จริง เมื่อวางฟ่อนต้นอ้อ ๒ มัดพิงกันไว้ ฟ่อนต้นอ้อมัดหนึ่งก็ค้ำฟ่อนต้นอ้ออีกมัดหนึ่งไว้ เมื่อฟ่อนต้นอ้อมัดหนึ่งล้มลง ฟ่อนต้นอ้ออีกมัดหนึ่งก็ล้มลงด้วย ฉันใด นามและรูปในปัญจโวการภพ (ภพมีขันธ์ ๕) ก็ฉันนั้นเช่นกัน ต่างอาศัยกันและกันเป็นไป สิ่งหนึ่งเป็นผู้ค้ำจุนอีกสิ่งหนึ่งไว้ เมื่อสิ่งหนึ่งล้มไปด้วยการตาย อีกสิ่งหนึ่งก็ล้มลงด้วย เพราะฉะนั้นท่านผู้รู้แต่โบราณทั้งหลายจึงกล่าวไว้ว่า :''':ยมกํ นามรูปญฺจ อุโภ อญฺโญญฺญนิสฺสิตา''' :''':เอกสฺมึ ภิชฺชมานสฺมึ อุโภ ภิชฺชนฺติ ปจฺจยา.''' แปลความว่า :''':อันว่านามและรูปเป็นของคู่กัน ทั้งสองอย่างต่างอาศัย''' :''':กันและกัน เมื่ออย่างหนึ่งแตกทำลายไป สิ่งอาศัยกันทั้งสอง''' :''':อย่างก็แตกทำลายด้วย''' :อนึ่ง เสียงเป็นไป (เกิดขึ้น) เพราะอาศัยกลองที่เขาตีด้วยไม้ กลองเป็นอย่างหนึ่ง เสียงเป็นอีกอย่างหนึ่ง กลองและเสียงไม่ปะปนกัน (มิใช่สิ่งเดียวกัน) กลองก็ว่างจากเสียง เสียงก็ว่างจากกลอง ฉันใด นามก็เป็นไปเพราะอาศัยรูป กล่าวคือ วัตถุ ทวารและอารมณ์ รูปเป็นอย่างหนึ่ง นามและรูปไม่ปะปนกัน (มิใช่สิ่งเดียวกัน) นามก็ว่างเปล่าจากรูป รูปก็ว่างเปล่าจากนาม ฉันนั้นนั่นแล อีกประการหนึ่ง นามอาศัยรูปจึงเป็นไปเหมือนเสียงอาศัยกลอง (จึงดังขึ้น) เพราะฉะนั้น ท่านผู้รู้แต่โบราณทั้งหลายจึงกล่าวไว้ว่า :''':(๑) น จกฺขุโต ชายเร ผสฺสปญฺจมา''' :''':น รูปโต โน จ อุภินฺนมนฺตรา''' :''':เหตุํ ํ ปฏิจฺจ ปภวนฺติ สงฺขตา''' :''':ยถาปิ สทฺโท ปหฏาย เภริยา.''' :''':ฯลฯ ฯลฯ''' (หน้าที่ 250) แปลความว่า :''':(๑) สภาวธรรมทั้งหลายมีผัสสะเป็นที่ ๕ มิได้เกิดขึ้นจากตา มิได้เกิด''' :''':ขึ้นจากรูป และมิได้เกิดขึ้นในระหว่างตาและรูปทั้งสองอย่าง เป็น''' :''':สภาวธรรมที่ปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยเหตุเกิดขึ้น เหมือนเมื่อเขาตีกลอง''' :''':เสียงก็เกิดขึ้น ฉะนั้น''' :''':(๒) สภาวธรรมทั้งหลายมีผัสสะเป็นที่ ๕ มิได้เกิดขึ้นจากหู มิได้เกิด''' :''':ขึ้นจากเสียง และมิได้เกิดขึ้นในระหว่างหูและเสียงทั้งสอง เป็นสภาว-''' :''':ธรรมที่ปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยเหตุเกิดขึ้น เหมือนเมื่อเขาตีกลอง เสียงก็''' :''':เกิดขึ้น ฉะนั้น''' :''':(๓) สภาวธรรมทั้งหลายมีผัสสะเป็นที่ ๕ มิได้เกิดขึ้นจากจมูก (ฆานะ)''' :''':มิได้เกิดขึ้นจากกลิ่น และมิได้เกิดขึ้นในระหว่างจมูกและกลิ่นทั้งสอง''' :''':เป็นสภาวธรรมที่ปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยเหตุเกิดขึ้น เหมือนเมื่อเขาตีกลอง''' :''':เสียงก็เกิดขึ้น ฉะนั้น''' :''':(๔) สภาวะธรรมทั้งหลายมีผัสสะเป็นที่ ๕ มิได้เกิดขึ้นจากลิ้น มิได้เกิดขึ้น''' :''':จากรส และมิได้เกิดขึ้นในระหว่างลิ้นและรสทั้งสอง เป็นสภาวธรรมที่ปัจจัย''' :''':ปรุงแต่ง อาศัยเหตุเกิดขึ้น เหมือนเมื่อเขาตีกลอง เสียงก็เกิดขึ้น ฉะนั้น''' :''':(๕) สภาวธรรมทั้งหลายมีผัสสะเป็นที่ ๕ มิได้เกิดขึ้นจากกาย มิได้เกิด''' :''':ขึ้นจากผัสสะ และมิได้เกิดขึ้นในระหว่างกายและผัสสะทั้งสอง เป็น''' :''':สภาวธรรมที่ปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยเหตุเกิดขึ้น เหมือนเมื่อเขาตีกลอง''' :''':เสียงก็จะเกิดขึ้น ฉะนั้น''' :''':(๖) สภาวธรรมที่ปัจจัยปรุงแต่งทั้งหลาย มิได้เกิดขึ้นจากวัตถุรูป อีกทั้ง''' :''':มิได้ออกจากธัมมายตนะทั้งหลายด้วย สังขตธรรมทั้งหลายอาศัยเหตุ''' :''':เกิดขึ้น เหมือนเมื่อเขาตีกลอง เสียงก็จะเกิดขึ้น ฉะนั้น''' :อีกประการหนึ่ง บรรดานามและรูปนี้ นามไม่มีเดช ไม่สามารถเป็นไปได้ด้วยเดชของตนเอง ไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่พูด ไม่สำเร็จอิริยาบถ ถึงแม้รูปก็ไม่มีเดช ไม่สามารถเป็นไปได้ด้วย ::::::::::::::[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๘ ทิฎฐิวิสุทธินิเทศ หน้าที่ ๒๕๑ - ๒๕๓|>>]] ==ดูเพิ่ม== **[[วิสุทธิมรรค]] (หน้าหลัก) **[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๘ ทิฎฐิวิสุทธินิเทศ|ปริเฉทที่ ๑๘ ทิฎฐิวิสุทธินิเทศ]] All content in the above text box is licensed under the Creative Commons Attribution-ShareAlike license Version 4 and was originally sourced from https://th.wikisource.org/w/index.php?diff=prev&oldid=49315.
![]() ![]() This site is not affiliated with or endorsed in any way by the Wikimedia Foundation or any of its affiliates. In fact, we fucking despise them.
|