Difference between revisions 49311 and 49312 on thwikisource

::::::::::::::[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๘ ทิฎฐิวิสุทธินิเทศ|<<]]

(หน้าที่ 251)



:เดชของตนเอง  เพราะรูปนั้นไม่มีความต้องการที่จะกิน  อีกทั้งไม่มีความต้องการที่จะดื่ม  ไม่มีความต้องการที่จะพูด  ไม่มีความปรารถนาที่จะสำเร็จอิริยาบถ  รูปเป็นไปได้ก็เพราะอาศัยนาม  (และ)  นามก็เป็นไปได้เพราะอาศัยรูปโดยแท้แล  แต่ทว่าเมื่อนามนั้นมีความปรารถนาที่จะกิน  มีความปรารถนาที่จะดื่ม  มีความปรารถนาที่จะพูด  มีความปรารถนาที่จะสำเร็จอิริยาบถ  รูปจึงกิน  จึงดื่ม  จึงพูด  จึงสำเร็จอิริยาบถ

:อนึ่ง  เพื่อต้องการให้เข้าใจเนื้อความนี้ชัดแจ้ง  พระอาจารย์ทั้งหลายจึงยกข้ออุปมาขึ้นเป็นอุทาหรณ์  ดังต่อไปนี้ –

:อันว่าชายตาบอดแต่กำเนิด ๑  และชายเปลี้ย ๑  ต่างปรารถนาจะไปยัง  (สถานที่โน้น)  ทิศทั้งหลาย  ชายตาบอดแต่กำเนิดจึงพูดกะชายเปลี้ยอย่างนี้ว่า  “นี่แน่ะเพื่อน  ข้า ฯ  สามารถทำกิจที่พึงทำด้วยเท้าได้  แต่ข้าฯ  ไม่มีตาที่จะใช้ดูทางราบ  ทางลุ่ม”  ชายเปลี้ยก็พูดกะชายตาบอดแต่กำเนิดอย่างนี้ว่า  “นี่แน่ะเพื่อน  ข้าฯ  สามารถทำกิจที่พึงทำด้วยตาได้  แต่ข้าฯ  ไม่มีเท้าที่จะใช้เดินไปข้างหน้า  หรือเดินกลับ”  ชายตาบอดแต่กำเนิดนั้นก็ดีใจ  ชอบใจ  ยกชายเปลี้ยขึ้นจะงอยบ่า  ชายเปลี้ยก็นั่งอยู่บนจะงอยบ่าของชายตาบอดแต่กำเนิดแล้วบอกอย่างนี้ว่า  “อย่าไปซ้าย  จงไปขวา  อย่าไปขวา  จงไปซ้าย”  ชาย ๒  คนนั้น  ถึงแม้ชายตาบอดแต่กำเนิดก็ไม่มีเดช  เป็นทุพพลภาพ  ไม่ไปได้ด้วยเดชของตนเอง  ด้วยกำลังของตนเอง  ถึงแม้ชายเปลี้ยก็ไม่มีเดช  ทุพพลภาพ  ไม่ไปได้ด้วยเดชของตนเอง  ด้วยกำลังของตนเอง   แต่เพราะชายทั้งสองนั้นอาศัยกันและกันแล้ว  ก็ไปไหนไปได้  ฉันใด  ถึงแม้นามก็ไม่มีเดช  มิได้เกิดขึ้นมาด้วยเดชของตนเอง  มิได้เป็นไปในกิริยานั้น ๆ  (ด้วยเดชของตนเอง)  ถึงแม้รูปก็ไม่มีเดช  มิได้เกิดขึ้นมาด้วยเดชของตนเอง  มิได้เป็นไปในกิริยานั้น ๆ  (ด้วยเดชของตนเอง)  แต่การเกิดขึ้นมาหรือการเป็นไปของนามและรูปนั้น  มีขึ้นเพราะอาศัยกันและกัน  เพราะฉะนั้น  ท่านจึงกล่าวคำนี้ไว้ว่า



:''':น  สเกน  พเลน  ชายเร    โนปิ  สเกน  พเลน  ติฏฺฐเร'''

:''':ปรธมฺมวสานุวตฺติโน    ชายเร  สงฺขตา  อตฺตทุพฺพลา.'''

:''':ปรปจฺจยโต  จ  ชายเร    ปรอารมฺมณโต  สมุฏฐิตา'''    

:''':อารมฺมณปจจเยหิ  จ    ปรธมฺเมหิ  จิเม  ปภาวิตา.'''





(หน้าที่ 252)



แปลความว่า

:''':สภาวธรรมที่ปัจจัยปรุงแต่ง  (สังขตะ)  ทั้งหลาย'''

:''':ทุพพลภาพอยู่ในตัวเอง  หาเกิดขึ้นด้วยกำลังของตนเอง'''

:''':ได้ไม่  อีกทั้งธำรงอยู่ด้วยกำลังของตนเอง  ก็หาได้ไม่  ดำเนิน'''

:''':ไปด้วยอำนาจของสภาวธรรมอย่างอื่น  สภาวธรรมที่ปัจจัย'''

:''':ปรุงแต่งเหล่านี้  เกิดขึ้นจากปัจจัยอื่น  ตั้งขึ้นจากอารมณ์อื่น'''

:''':เกิดขึ้นด้วยอารมณ์และปัจจัยและด้วยธรรมอื่นด้วย'''




:'''ยถาปิ  นาวํ  นิสฺสาย    มนุสฺสา  ยนฺติ  อณฺณเว'''

:'''เอวเมว  รูปํ  นิสฺสาย    นามกาโย  ปวตฺตติ.'''


:'''ยถา  มนุสฺเส  นิสฺสาย      นาวา  คจฺฉติ  อณฺณเว'''

:'''เอวเมว  นามํ  นิสฺสาย    รูปกาโย  ปวตฺตติ.'''



แปลความว่า

:'''มนุษย์ทั้งหลายเดินทางไปในห้วงน้ำ  เพราะอาศัยเรือ'''

:'''แม้ฉันใด  นามกายเป็นไปได้เพราะอาศัยรูป  ก็เช่นกันฉันนั้น'''

:'''เรือแล่นไปในห้วงน้ำเพราะอาศัยมนุษย์  ฉันใด  รูปกายเป็น'''

:'''ไปได้เพราะอาศัยนามก็เช่นกันฉันนั้น'''



:'''อุโภ  นิสฺสาย  คจฺฉนฺติ    มนุสฺสา  นาวา  จ  อณฺณเว'''

:'''เอวํ  นามญฺจ  รูปญฺจ    อุโภ  อญฺโญญฺญนิสฺสิตา.'''



แปลความว่า

:'''มนุษย์และเรือทั้งสองต่างอาศัยกัน  จึงเดินทางไปใน'''

:'''ห้วงน้ำได้  นามและรูปก็ฉันนั้น  ทั้งสองต่างอาศัยกันและกัน'''

:'''ด้วยประการฉะนี้'''



:การเห็นนามและรูปตามเป็นจริง  ซึ่งครอบงำสัตตสัญญา  (คือ  ความสำคัญหมายถึงรู้ว่า  มีสัตว์)  เสียได้  แล้วตั้งอยู่ในภูมิที่ไม่ลุ่มหลง  ของโยคาวจรผู้กำหนดรู้นามและรูปโดยนัย





(หน้าที่ 253)



:ต่าง ๆดังกล่าวมานี้  พึงทราบว่าเป็น  “'''ทิฏฐิวิสุทธิ'''  (คือ  ความเห็นบริสุทธิ์)”  แม้คำว่า  “'''นามรูปววัฏฐาน'''  การกำหนดรู้นามและรูป”  ก็ดี  คำว่า  '''“สังขารปริจเฉท -'''  การกำหนดรู้สังขาร”  ก็ดี<sup>๑</sup>  เป็นชื่อของการเห็นนามและรูปตามเป็นจริงนี้เหมือนกัน




ปริจเฉทที่ ๑๘  ชื่อว่า  ทิฏฐิวิสุทธินิเทศ

ในอธิการแห่งปัญญาภาวนา  ในปกรณ์วิเสสชื่อวิสุทธิมรรค

อันข้าพเจ้าทำเพื่อประโยชน์แก่ความปราโมทย์แห่งสาธุชน  ดังนี้


<sup>๑</sup> '''นามรูปววัฏฐาน''' และ '''สังขารปริจเฉท''' นี้ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า '''นามรูปปริจเฉทญาณ''' เป็นญาณอันดับแรก หรือ ญาณที่ ๑ ใน ญาณ ๑๖



::::::::::::::[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๙ กังขาวิตรณวิสุทธินิเทศ หน้าที่  ๒๕๔  - ๒๖๐|>>]]


==ดูเพิ่ม==

**[[วิสุทธิมรรค]] (หน้าหลัก)

**[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๘ ทิฎฐิวิสุทธินิเทศ|ปริเฉทที่ ๑๘ ทิฎฐิวิสุทธินิเทศ]]