Difference between revisions 49779 and 49833 on thwikisource

::::::::::::::[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๖ อินทริยสัจจนิเทศ|<<]]

(หน้าที่ 87)




== ปริเฉทที่  ๑๖  อินทริยสัจจนิเทศ ==


……………


'''อินทริยนิเทศ'''


:ส่วนว่า  อินทรีย์  ๒๒  คือ  จักขุนทรีย์  โสตินทรีย์  ฆานินทรีย์  ชิวหินทรีย์  กายินทรีย์  มนินทรีย์  อิตถินทรีย์  ปุริสินทรีย์  ชิวิตินทรีย์  สุขินทรีย์  ทุกขินทรีย์  โสมนัสสินทรีย์  โทมนัสสินทรีย์  อุเปกขินทรีย์  สัทธินทรีย์  วิริยินทรีย์  สตินทรีย์  สมาธินทรีย์  ปัญญินทรีย์  อนัญญาตัญยัสสามีตินทรีย์  อัญญินทรีย์  อัญญาตาวินทรีย์  ชื่อว่า  อินทรีย์ที่ยกขึ้นแสดงไว้ถัดจากธาตุ



'''บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยในอินทรีย์ทั้งหลายนั้น



'''

'''โดยอรรถ  โดยลักษณะเป็นต้น  และโดยลำดับ  อนึ่ง  โดย



'''

'''แยกประเภท  และไม่แยกประเภท  โดยกิจ  และโดยภูมิ'''



'''โดยอรรถ'''

:ในอินทรีย์ทั้งหลายนั้น  เบื้องแรก  อรรถแห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีจักขุเป็นต้น  ชัดแจ้งตามนัย  (ที่กล่าวมาแล้วในอายตนนิเทศ)  ว่า  “ธรรมชาติใดย่อมเห็น  เหตุนั้นธรรมชาตินั้นชื่อว่าจักขุ”  ดังนี้เป็นต้น

(contracted; show full)

(หน้าที่ 89)





'''โดยลักษณะเป็นต้น'''

:ข้อว่า  '''โดยลักษณะเป็นต้น'''  ความว่า  พึงทราบวินิจฉัยแห่งจักษุเป็นต้น  โดยลักษณะ    รส  ปัจจุปัฏฐาน  และปทัฏฐานด้วย  ก็แลลักษณะเป็นต้นของจักษุเป็นอาทินั้น  ได้กล่าวไว้แล้วในขันธนิเทศ  ส่วนอินทรีย์ ๔  (ข้างท้าย)  มีปัญญินทรีย์เป็นต้น  โดยความก็คืออโมหะนั่นเอง  อินทรีย์ที่เหลือก็มาแล้วโดยสรุปในขันธนิเทศนั้นเหมือนกันแล



'''โดยลำดับ'''

:แม้ลำดับในข้อว่า  '''โดยลำดับ'''  นี้  ก็เป็นลำดับแห่งการแสดงเหมือนกัน



:ในอินทรีย์ทั้งหลายนั้น  อินทรีย์  (๖)  มีจักขุนทรีย์เป็นต้น  อันนับเข้าในอัตภาพ  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงก่อน  เหตุว่า  ความได้อริยภูมิย่อมมีเพราะกำหนดรู้ธรรมภายใน  (ตนของตน)  อัตภาพนั้นเล่า  ถึงซึ่งการนับว่าหญิงก็ดี  ว่าชายก็ดี  เพราะอาศัยธรรมอันใดเพื่อจะทรงชี้ว่า  “นี่ธรรมอันนั้น”  จึงทรงแสดงอิตถินทรีย์และปุริสินทรีย์เป็นลำดับไป  ต่อนั้นทรงแสดงชวิตินทรีย์  เพื่อให้ทราบว่า  “แม้ธรรมทั้งสองอย่างนั้น  ก็มีความเป็นไปเนื่องด้วยชวิตินทรีย์”  ถัดไปทรงแสดงอินทรีย์  (๕)  มีสุขินทรีย์เป็นต้น  เพื่อให้ทราบว่า  “ความเป็นไปแห่งชีวิตินทรีย์นั้นยังมีอยู่ตราบใด  ความไม่กลับ  (คือไม่ดับ)  แห่งความเสวยอารมณ์เหล่านั้นก็ยังมีอยู่  ตราบนั้น  และความเสวยอารมณ์ทุกอย่างนั้นก็ล้วนเป็นทุกข์”  ต่อนั้นทรงแสดงอินทรีย์  (๕)  มีสัทินทรีย์เป็นอาทิ  เพื่อชี้ข้อปฏิบัติว่า  “อันธรรม  (มีสัทธาเป็นต้น)  นั่น  พึงบำเพ็ญขึ้นเพื่อความดับแห่งความเสวยอารมณ์นั้น”  ลำดับนั้นทรงแสดงอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์  เพื่อแสดงความไม่เปล่าประโยชน์แห่งการปฏิบัติว่า  “ด้วยการปฏิบัตินี้  ธรรมนั่นจึงเกิดปรากฏขึ้นในตนเป็นปฐม”  แต่นั้นทรงแสดงอัญญินทรีย์  เพราะเป็นผลของอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์นั้นเอง  และเพราะเป็นธรรมพึงบำเพญติดต่อกันไปด้วย  ในที่สุดทรงแสดงอัญญาตาวินทรีย์  อันเป็นบรมอัสสาสะ  (ที่โล่งใจอย่างยิ่ง)  เพื่อให้ทราบว่า  “ความบรรลุธรรม  อันนี้ย่อมมีได้ด้วยภาวนาต่อนั้นไป  ก็แลครั้นธรรมอันนี้  พระโยคีได้บรรลุก็ไม่มีกิจที่จะต้องทำยิ่งขึ้นไป  อะไรอีกเลย”  แล


:นี่เป็นลำดับในอินทรีย์ทั้งหลายนี้





(หน้าที่ 90)




'''โดยแยกประเภทและไม่แยกประเภท'''

:ก็ในข้อว่า  '''โดยแยกประเภทและไม่แยกประเภท'''  นี้  ชวิตินทรีย์อย่างเดียว  มีการแยกประเภท  เพราะชวิตินทรีย์นั้นมี ๒  คือ  รูปชวิตินทรีย์  อรูปชวิตินทรีย์  อิทรีย์ที่เหลือไม่มีการแยกประเภทเลยแล

:พึงทราบวินิจฉัย  โดยแยกประเภทและไม่แยกประเภทในอินทรีย์ทั้งหลายนี้  ดังกล่าวฉะนี้



'''โดยกิจ'''

:ข้อว่า  '''โดยกิจ'''  มีความว่า  หากมีคำถามว่า  “อะไรเป็นกิจแห่งอินทรีย์ทั้งหลาย ?”  ดังนี้ไซร้คำเฉลยพึงมีว่า  “โดยบาลีว่า  จักขายตนะเป็นปัจจัย  (คือเป็นอุปการธรรม)  โดยเป็นอินทรียปัจจัยแก่จักขุวิญญาณธาตุ  และแก่ธรรมทั้งหลายอันสัมปยุตกับจักขุวิญญาณธาตุนั้น  ดังนี้  การที่ยังธรรมทั้งหลายมีจักขุวิญญาณเป็นอาทิให้เป็นไปตามอาการของตน  ที่ได้แก่อาการกล้าและอ่อนเป็นต้น  อันจะพึงให้สำเร็จด้วยความเป็นอินทรียปัจจัย  และด้วยความที่ตนมีอาการกล้าและอ่อนเป็นอาทิด้วยนั้นใดเป็นกิจแห่งจักขุนทรีย์เป็นอันดับแรก  กิจแห่งโสตินทรีย์  ฆานินทรีย์  ชิวหินทรีย์และกายินทรีย์  ก็มีนัยอย่างนั้น  แต่ว่าการยังสหชาตธรรมทั้งหลายใหเป็นไปในอำนาจของตนเป็นกิจแห่งมนินทรีย์  การที่คอยเลี้ยงสหชาตธรรมไว้เป็นกิจแห่งชวิตินทรีย์  การที่คอยจัดแจงเครื่องหมายเพศและอาการแห่งจริตและการแต่งกายแห่งหญิงและชายเป็นกิจแห่งอิตถินทรีย์และปุริสินทรีย์  การที่คอยครอบงำสหชาตธรรมทั้งหลายไว้เสีย  (มให้ปรากฏ)  แล้วยังสหชาตธรรมนั้นให้ถึงซึ่งอาการหยาบ  (คือปรากฏชัดออกมา)  ตามหน้าที่ของตน ๆ  เป็นกิจแห่งสุขินทรีย์  ทุกขินทรีย์  โสมนัสสินทรีย์  และโทมนัสสินทรีย์  การที่คอยยังสหชาตธรรมทั้งหลายให้ถึงซึ่งอาการเป็นกลาง ๆ  อันเป็นอาการที่ละเอียดปราณีต  เป็นกิจแห่งอุเปกขินทรีย์  การครอบงำเสียซึ่งปฏิปักขธรรม  (ธรรมฝ่ายตรงข้าม  มีอสัทธิยเป็นต้น)  และยังสัมปยุตธรรมทั้งหลายให้ถึงซึ่งความมีอาการเลื่อมใสเป็นอาทิ  เป็นกิจแห่งอินทรีย์ ๕  มีสทธินทรีย์เป็นต้น  การละสังโยชน์ ๓  (ข้างต้น)  และการทำสัมปยุตธรรม


::::::::::::::[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๖ อินทริยสัจจนิเทศ หน้าที่ ๙๑ - ๙๕|>>]]


==ดูเพิ่ม==

**[[วิสุทธิมรรค]] (หน้าหลัก)

**[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๖ อินทริยสัจจนิเทศ|ปริเฉทที่ ๑๖ อินทริยสัจจนิเทศ]]