Difference between revisions 50287 and 78484 on thwikisource

{{c|{{fs|120%|'''ข. พระราชลัญจกรที่โปรดให้สร้างขึ้นใหม่'''}}}}


{{r|8em}}



พระราชลัญจกรสำหรับแผ่นดินที่โปรดให้สร้างขึ้นใหม่และยังคงใช้อยู่ คือ

๑.	{{g|0.5em}} พระราชลัญจกรพระบรมราชโองการ

๒.	{{g|0.5em}} พระราชลัญจกรสยามโลกัคราช

๓.	{{g|0.5em}} พระราชลัญจกรนามกรุง

๔.	{{g|0.5em}} พระราชลัญจกรจักรรถ

๕.	{{g|0.5em}} พระราชลัญจกรอุณาโลมในกลีบบัว



<div id="๑๕"/></div>

{{c|'''๑. พระราชลัญจกรพระบรมราชโองการ'''}}


{{r|8em}}


(contracted; show full)เป็นทางไสยศาสตร์ ตราพระมหาโองการหมายถึงพระอิศวร ตราครุฑหมายถึงพระนารายณ์ ตราหงสพิมานหมายถึงพระพรหม ตราไอราพตหมายถึงพระอินทร์ ฯลฯ แต่ล้วนเป็นทางไสยศาสตร์ทั้งนั้น ที่เรียกว่า อุณาโลม กลัวจะลากเอาเข้ามาสู่พุทธศาสนาทีหลัง ดูไม่เห็นจะเป็นอุณาโลมได้ที่ตรงไหน พระพุทธรูปที่ทำกันในเมืองเราก็เป็นพระนลาฏเกลี้ยง ๆ ไม่มีอุณาโลม มีพระพุทธรูปทางอินเดียเหนือทำมีอุณาโลมอยู่บ้าง แต่ก็ทำเป็นเมล็ดกลมเท่านั้น เป็นสมควรที่สุดที่จะหมายเป็นขนหว่างคิ้ว มีหนังสือท่านอธิบายว่า เป็นขนเส้นยาวขมวดอยู่"



<div id="๒๑"
/></div>

{{c|'''๒. พระราชลัญจกรสยามโลกัคราช'''}}


{{r|8em}}



พระราชลัญจกรองค์นี้เป็นตราประจำชาด สร้างในรัชกาลที่ ๔ ทำด้วยทองคำ เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีช้างหมอบอยู่บนหลังตราเป็นที่จับประทับ (จึงเรียกกันเป็นสามัญว่า ตราช้างหมอบ) ชื่อพระราชลัญจกรดวงนี้ คือ สยามโลกัคราช เทียบเลียนล้อมาจากคำว่า "เสี้ยมโหลก๊กอ๋อง" ในดวงตรามีอักษรขอมอยู่สี่บรรทัด (ดู [[พระราชลัญจกรและตราประจำตัวประจำตำแหน่ง#รูป ๑๗|รูปที่ ๑๗]]) ว่า

<blockquote>สฺยามโลกคฺคราชสฺส</blockquote>

<blockquote>สนฺเทสลญฺจนํ อิทํ</blockquote>

<blockquote>อชฺฌาวาสฺสานุสาสกสฺส</blockquote>

<blockquote>วิชิเต สพฺพชนฺตุนํ</blockquote>

แปลว่า

<blockquote>ใบประทับตรานี้</blockquote>

<blockquote>ของอัครราชาโลกสยาม</blockquote>

<blockquote>ผู้ปกครองสั่งสอน</blockquote>

<blockquote>สรรพชนในแว่นแคว้น</blockquote>

พระราชลัญจกรองค์นี้ ในพระราชบัญญัติซึ่งกล่าวมาแล้วว่า ใช้สำหรับประทับใบพระราชทานที่วิสุงคามสีมาในหว่างกลางองค์เดียว (พระตรานี้อยู่ที่กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี)



<div id="๒๒"/></div>

{{c|'''๓. พระราชลัญจกรนามกรุง'''}}


{{r|8em}}



พระราชลัญจกรองค์นี้ทำด้วยทองคำเหมือนกัน เป็นรูปสี่เหลี่ยมรี มีรูปช้างยืนอยู่บนหลังตรานั้น (เรียกกันว่า ตราช้างยืน) ลายตราเป็นตัวอักษรขอม อ่านว่า "กรุงเทวมหานคร อมรรตนโกสินท มหินทายุชฌิยา บรมราชธานี ฯะ" (ดู [[พระราชลัญจกรและตราประจำตัวประจำตำแหน่ง#รูป ๑๘|รูปที่ ๑๘]] และ [[พระราชลัญจกรและตราประจำตัวประจำตำแหน่ง#รูป ๑๙|๑๙]]{{ref label|reference_name_ร|ร|ร}}) ในพระราชบัญญัติพระราชลัญจกร รัตนโกสินทรศก ๑๒๒ กล่าวว่า พระราชลัญจกรนามกรุงเป็นตราประจำชาด สร้างในรัชกาลที่ ๔ มีสององค์ ใหญ่หนึ่ง เล็กหนึ่ง สำหรับประจำวิสุงคามสีมา และใบสำคัญเบี้ยหวัดพระราชวงศานุวงศ์ซึ่งทรงผนวช และใบอนุญาตทูลลาบวช ในพระราชบัญญัติที่กล่าวนี้ มาตรา ๖ กำหนดให้ใช้พระราชลัญจกรองค์ใหญ่สำหรับประทับใบถวายเสนาสนะและใบพระราชทานพระบรมราชานุญาตข้าราชการกราบถวายบังคมลาบวช ในหว่างกลางองค์เดียว ในพระราชบัญญัติพระราชลัญจกร รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ มาตรา ๗ กำหนดการใช้ประทับพระราชลัญจกรนามกรุงคงตามเดิมดั่งข้างต้นอยู่ (พระราชลัญจกรนามกรุงองค์ใหญ่อยู่ที่กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ส่วนองค์น้อยอยู่ที่ในราชพิพิธภัณฑ์ เลิกใช้แล้ว)



<div id="๒๓"/></div>

{{c|'''๔. พระราชลัญจกรจักรรถ'''}}


{{r|8em}}



พระราชลัญจกรองค์นี้ (ดู [[พระราชลัญจกรและตราประจำตัวประจำตำแหน่ง#รูป ๒๐|รูปที่ ๒๐]]) มีข้อความอยู่ในคำปรารภตอนท้ายแห่งพระราชบัญญัติพระราชลัญจกร รัตนโกสินทรศก ๑๒๒ ว่า "และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชลัญจกรจักรรถซึ่งเป็นพระราชลัญจกรสำหรับพระเจ้าแผ่นดินโบราณสำหรับประจำเรือนเลขอีกองค์หนึ่ง ด้วยเหตุว่าจะมิให้ซ้ำกับพระราชลัญจกรอุณาโลมที่ได้มีในองค์อื่นแล้ว สำหรับที่จะได้เป็นพระราชลัญจกรประทับในราชการทั้งปวงสืบไป" พระราชลัญจกรจักรรถที่กล่าวนี้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเขียนทูลเกล้าฯ ถวาย (พระตราองค์นี้อยู่ที่กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี) ในพระราชบัญญัติพระราชลัญจกร รัตนโกสินทรศก ๑๒๒ มาตรา ๗ และพระราชบัญญัติพระราชลัญจกร รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ มาตรา ๘ กำหนดให้ใช้พระราชลัญจกรจักรรถสำหรับประทับเรือนเลขในหนังสือซึ่งประทับตราพระราชลัญจกรมหาโองการและพระบรมราชโองการ



<div id="๒๓"/></div>

{{c|'''๕. พระราชลัญจกรอุณาโลมในกลีบบัว'''}}


{{r|8em}}



ในพระราชบัญญัติพระราชลัญจกร รัตนโกสินทรศก ๑๒๒ มาตรา ๘ และฉบับรัตนโกสินทรศก ๑๓๐ มาตรา ๙ กำหนดใช้พระราชลัญจกรนี้เป็นตราสำหรับประทับเรือนเลขในหนังสือซึ่งไม่ได้ประทับพระราชลัญจกรมหาโองการและพระบรมราชโองการ พระราชลัญจกรนี้มีปรากฏในประกาศว่าด้วยพระราชทานสัญญาบัตร (ดู ชุมนุมพระบรมราชาธิบายในรัชกาลที่ ๔) ว่า พระราชลัญจกรอุณาโลมน้อย (ซึ่งคนหมายพระราชลัญจกรองค์นี้) ใช้ประทับจำนวนศักดินา และในพระราชบัญญัติพระราชลัญจกร ฉบับรัตนโกสินทรศก ๑๓๐ ก็อ้างไว้ว่า พระราชลัญจกรนี้ได้สร้างขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ ๔ องค์หนึ่ง และในรัชกาลที่ ๕ องค์หนึ่ง แม้พระราชลัญจกรนี้กำหนดให้ใช้อยู่ในพระราชบัญญัติพระราชลัญจกรที่กล่าวมาข้างต้นก็ดี แต่ไม่ปรากฏว่าทางกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีตรานี้ไว้ คงมีอยู่แต่ในราชพิพิธภัณฑ์สี่องค์ซึ่งเลิกใช้แล้ว ลางทีอาจเลิกใช้แล้วเมื่อคราวสร้างพระราชลัญจกรจักรรถก็ได้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ตรัสว่า ที่รัชกาลที่ ๕ ทรงสร้างพระราชลัญจกรจักรรถขึ้นใหม่ด้วยไม่โปรดตราที่ใช้อยู่เก่า เพราะมีหนังสือจีนว่า อ๊วง{{ref label|reference_name_ฎ|ฎ|ฎ}} อยู่ใต้อุณาโลมภายในดอกบัว (ดู [[พระราชลัญจกรและตราประจำตัวประจำตำแหน่ง#รูป ๒๑|รูปที่ ๒๑]]) เห็นจะเป็นตราอุณาโลมที่กล่าวมาข้างต้นนี้

<noinclude>[[หมวดหมู่:พระราชลัญจกรและตราประจำตัวประจำตำแหน่ง]]</noinclude>