Difference between revisions 51057 and 94675 on thwikisource

'''29. ซูเราะฺอัลอันกะบูต (บท แมงมุม)'''

<div style="border:3px solid #fc0;padding:.5em 1em 1em 1em; background-color:#fff;color:000">

'''ด้วยพระนามแห่งอัลลอฺ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง พระผู้ทรงปรานียิ่ง''' 

{29:1} อะลิฟ ลาม มีม

{29:2} มนุษย์คิดว่าพวกเขาจะถูกปล่อยไป เพียงแต่พวกเขากล่าวว่า "เรามีศรัทธา" โดยพวกเขาจะไม่ตัองถูกทดสอบลองใจกระนั้นหรือ?

{29:3} และโดยแน่นอน เราได้ลองใจบรรดาชนก่อนหน้าพวกเขาแล้ว ดังนั้นอัลลอฺจึงทรงรู้แจ้งถึงบรรดาผู้สัตย์จริง และทรงรู้แจ้งถึงบรรดาผู้กล่าวเท็จ

{29:4} บรรดาผู้กระทำความชั่วคิดว่า พวกเขาจะรอดพ้นไปจากเรากระนั้นหรือ? ช่างชั่วช้ายิ่งนัก สิ่งที่พวกเขาตัดสินกันนั้น ช่างชั่วช้ายิ่งนัก!

{29:5} ผู้ใดหวังที่จะพบอัลลอฺ วาระกําหนดของอัลลอฺก็จะมาอย่างแน่นอน และพระองค์คือพระผู้ทรงได้ยิน พระผู้ทรงรอบรู้

{29:6} และผู้ใดต่อสู้ อันที่จริงเขาก็ต่อสู้เพื่อตัวของเขาเอง แท้จริงอัลลอฺนั้นทรงมั่งมีเป็นอิสระจากเหล่าประชาชาติทั้งมวลอิสระจากสากลโลก

{29:7} และบรรดาผู้ที่มีศรัทธาและกระทำความดีทั้งกลายุณงามความดีนั้น เราก็จะลบล้างมวลความชั่วเหล่าความผิดของพวกเขาออกจากพวกเขา และเราจะตอบแทนพวกเขา ต่อสิ่งที่ดียิ่ง ที่พวกเขาได้กระทำไว้

{29:8} และเราได้สั่งเสียมนุษย์ให้ทำดีกตัญญูต่อบิดามารดาของตน และถ้าทั้งสองบังคับเธอเพื่อให้ตั้งภาคีกับต่อฉันในสิ่งที่เธอไม่มีความรู้ เธอก็อย่าปฏิบัติตามเขาทั้งสอง ยังฉันคือการที่กลับคืนของพวกเธอ ดังนั้นฉันจะแจ้งแก่พวกเธอในสิ่งที่พวกเธอได้กระทำไว้

{29:9} และบรรดาผู้ที่มีศรัทธา และระทำความพฤติดีนั้น แน่นอนเราจะให้พวกเขาเข้าอยู่ในหมู่คนดี

{29:10} และในหมู่มนุษย์นั้นมีผู้กล่าวว่า "เรามีศรัทธาต่ออัลลอฺ" ครั้นเมื่อเขาประสบกับความทุกข์ยากในทางของอัลลอฺ เขาก็ถือเอาการจองร้ายของมนุษย์ประหนึ่งการลงโทษของอัลลอฺ และเมื่อการช่วยเหลือจากพระเจ้าของเธอมาถึง  พวกเขาก็จะกล่าวว่า "แท้จริงเราเคยอยู่ร่วมกับพวกท่าน" และไม่ใช่อัลลอฺทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่มีอยู่ในหัวอกของประชาชาติทั้งมวลดอกหรือ?

{29:11} และแน่นอน อัลลอฺทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้ที่มีศรัทธา และแน่นอนพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงพวกสับปลับ





{29:12} และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กล่าวแก่บรรดาผู้ที่มีศรัทธาว่า "จงปฏิบัติตามแนวทางของเรา แล้วเราจะแบกรับความผิดของพวกท่าน" อันที่จริง พวกเขาไม่ได้

แบกรับความผิดของเขาเหล่านั้นแต่อย่างใด แท้จริงพวกเขาเป็นผู้กล่าวเท็จดอก

{29:13} อันที่จริงพวกเขาจะแบกรับภาระของตน และภาระอื่น ๆ ร่วมกับภาระของตน และพวกเขาก็จะถูกสอบสวนในวันฟื้นคืนชีพในสิ่งที่พวกเขาได้กุขึ้น

{29:14} และโดยแน่นอนเราได้ส่งนฺูไปยังหมู่ชนของเขา และเขาได้อยู่ร่วมกับพวกเขาหนึ่งพันปีเว้นห้าสิบปี

{29:15} ดังนั้นเราได้ช่วยเขาและพวกพ้องในเรือให้รอดพ้น และเราได้ทำให้มันเป็นอภินิหารสัญญาณหนึ่งแก่ประชาชาติทั้งมวล

{29:16} และอิบรอฮีม เมื่อเขากล่าวแก่หมู่ชนของเขาตนว่า "จงเคารพสักการะต่ออัลลอฺและจงยำเกรงต่อพระองค์ นั่นแหละเป็นสิ่งประเสริฐยิ่งสำหรับพวกท่าน หากพวกเธอเข้าใจ"

{29:17} "แท้อันที่จริงพวกเธอเคารพสักการะสิ่งบูชารูปปั้นอื่นจากอัลลอหฺฮฺ และพวกเธอกุการมุสาขึ้น แท้จริงบรรดาสิ่งที่พวกเธอสักการะบูชาอื่นจากอัลลอฺนั้น มันไม่มีอํานาจที่จะให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเธอ ดังนั้นจงขอปัจจัยยังชีพจากอัลลอฺเถิด และจงเคารพสักการะพระองค์ และจงขอบพระคุณต่อพระองค์ ยังพระองค์เท่านั้นพวกเธอจะถูกนำกลับคืน"

{29:18} "และหากพวกเธอปฏิเสธ แน่นอนประชาชาติทั้งหลายก่อนพวกเธอก็ได้ปฏิเสธมาแล้ว หน้าที่ของศาสนทูตนั้นไม่ใช่อันใดศาสนทูตไม่มีหน้าที่อื่นใด นอกจากการเผยแพร่อันชัดแจ้ง"

{29:19} และพวกเขาไม่เห็นดอกหรือว่า อัลลอฺทรงเริ่มการบังเกิดอย่างใด แล้วทรงทำให้เขามันกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกคืนมา แท้จริง สิ่งนั้นง่ายนักสำหรับอัลลอฺ

{29:20} จงกล่าวเถิด "จงท่องเที่ยวไปตามแผ่นดิน แล้วพิจารณาดูว่า พระองค์ทรงให้เริ่มการบังเกิดอย่างใด แล้วอัลลอฺทรงทรงให้การบังเกิดครั้งสุดท้ายนั้นบังเกิดขึ้น แท้จริงอัลลอฺนั้นเป็นผู้ทรงอานุภาพมีพระอำนาจเหนือทุกสรรพสิ่ง"

{29:21} "พระองค์ทรงลงโทษผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และทรงเมตตาผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และยังพระองค์เท่านั้นพวกท่านเธอจะถูกนำกลับคืน"

{29:22} "และพวกเธอไม่สามารถจะรอดพ้นไปได้ทั้งในแผ่นดินและในฟากฟ้า และพวกเธอไม่มีผู้คุ้มครอง  และไม่มีผู้ช่วยเหลืออื่นจากอัลลอหฺฮฺเลย"

{29:23} อันบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาโองการทั้งหลายของอัลลอฺ และการพบพระองค์ ชนเหล่านั้นท้อแท้ต่อความเมตตาของฉัน และชนเหล่านั้นจะได้รับการลงโทษอันเจ็บปวด

{29:24} คำตอบของหมู่ชนของเขาก็ไม่ใช่อื่นใด นอกจากเพียงแต่กล่าวว่า "จงฆ่าเขาหรือเผาเขาเสีย" แต่อัลลอฺได้ทรงช่วยเขาให้พ้นจากไฟ แท้จริงในการนี้ ย่อมเป็นนานาสัญญาณสำหรับหมู่ชนผู้มีศรัทธา

{29:25} และเขากล่าวว่า "พวกเธอได้ยึดเอารูปปั้นต่าง ๆ อื่นจากอัลลอฺเป็นสื่อสัมพันธ์ความสนิทระหว่างพวกเธอในชีวิตแห่งโลกนี้ แล้วในวันฟื้นคืนชีพบางคนในหมู่  พวกเธอต่างก็จะปฏิเสธอีกบางคน และบางคนในหมู่พวกเธอต่อกัน และต่างก็จะสาปแช่งอีกบางคนกันไปมา และที่พำนักของพวกเธอคือเพลิงนรก และพวกเธอจะไม่มีผู้ช่วยเหลือ"

{29:26} ดังนั้นลูฏได้มีศรัทธาต่อเขา และเขากล่าวว่า "ฉันจะอพยพไปหาพระเจ้าของฉัน แท้จริง พระองค์คือพระผู้ทรงอํานาจ พระผู้ทรงทรงมีพระอํานาจ ทรงพระปรีชาญาณ

{29:27} และเราได้ให้อิสาก และยะอฺกูบแก่เขา และเราได้ให้การเป็นนบี และคัมภีร์แก่วงศ์ตระกูลของเขา และแก่เขา เราได้ประทานรางวัลของเขาในโลกนี้ และแท้จริงในปรโลกเขาจะอยู่ในหมู่คนดี

{29:28} และลูฏ เมื่อเขากล่าวแก่หมู่ชนของเขาตนว่า "พวกเธอได้กระทำการลามกซึ่งไม่มีผู้ใดในหมู่ประชาชาติกระทำมาก่อนพวกเธอเลย"

{29:29} แท้จริงพวกเธอสมสู่พวกผู้ชาย และปล้นสะดมบนทางหลวงกระนั้นหรือ? และกระทำความชั่วในสโมสรของพวกเธอ แต่คําตอบของหมู่ชนของเขาไม่ใช่อื่นใด นอกจากเพียงแต่กล่าวว่า "จงนำการลงโทษของอัลลอฺมาให้แก่พวกเราเถิด หากท่านอยู่ในหมู่ผู้สัตย์จริง"

{29:30} เขากล่าวว่า "พระเจ้าของข้าฯ! โปรดช่วยข้าฯให้อยู่เหนือหมู่ชนผู้บ่อนทำลาย"

{29:31} และครั้นเมื่อทูตของเราได้มาหาอิบรอฮีมพร้อมด้วยข่าวดี พวกเขากล่าวว่า "แท้จริงเราเป็นผู้ทำลายเมืองนี้ เพราะว่าชาวเมืองนี้เป็นผู้อธรรมพวกทุจริต "

{29:32} เขากล่าวว่า "แท้จริงในเมืองนั้นมีลูฏอยู่ด้วย" พวกเขากล่าวว่า "เรารู้ดีว่ามีผู้ใดอยู่ในนั้น แน่นอนเราจะช่วยเขาและบริวารของเขาให้รอดพ้น เว้นแต่ภริยาของเขา เพราะนางอยู่ในหมู่ผู้ถูกทำลาย"

{29:33} และเมื่อทูตของเราได้มาหาลูฏ เขาเป็นทุกข์เพราะพวกเขา และคับอกที่ไม่อาจจะให้ความคุ้มครอง ดังนั้นพวกเขาจึงกล่าวว่า "อย่ากลัวและอย่าเศร้าโศกเลย แท้จริงเราเป็นผู้ช่วยเหลือท่านและบริวารของท่าน เว้นแต่ภริยาของท่าน เพราะนางอยู่ในหมู่ผู้ถูกทำลาย"

{29:34} "แท้จริงเราเป็นผู้นำการลงโทษจากฟากฟ้าสู่ชาวเมืองนี้ เนื่องจากพวกเขาฝ่าฝืน"

{29:35} และโดยแน่นอน เราได้ทิ้งสัญญาณอันชัดแจ้งของเมืองนี้ไว้สำหรับหมู่ชนผู้มีใช้ปัญญาพิจารณา

{29:36} และสู่มัดยัน (เราได้ส่ง) พี่น้องของพวกเขาคือชุอัยบฺ เขากล่าวขึ้นว่า "ดูกรโอ้ หมู่ชนของฉัน! จงเคารพสักการะอัลลอฺเถิด และจงกลัววันสุดท้าย และอย่ามุ่งทำความเสียหาย เป็นผู้บ่อนทำลายในแผ่นดิน!"

{29:37} แต่พวกเขาได้ปฏิเสธเขา ดังนั้นแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงก็ได้คร่าพวกเขา แล้วพวกเขาได้ประสบความหายนะนอนพังพาบตายในบ้านของพวกตน

{29:38} และอาดและษะมูด และได้เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเธอแล้ว จากที่พำนักของพวกเขา และชัยฏอนได้ประดับการงานของพวกเขาให้พวกเขาเห็นดีเห็นงาม แล้วมันได้ผลักพวกเขาให้หันเหออกจากแนวทาง ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเป็นผู้มีสติปัญญาพิจารณา

{29:39} และ  (เราได้ทำลาย)  กอรูนและฟิรเอานฺและฮามาน และโดยแน่นอนมูซาได้มายังพวกเขาพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้ง แต่พวกเขาหยิ่งผยองในแผ่นดิน และพวกเขาก็ไม่ได้รอดพ้นไปจากเรา

{29:40} และแต่ละคนเราได้ลงโทษด้วยความผิดของเขา พวกเขาบางคน เราได้ส่งพายุร้ายทำลายเขา และพวกเขาบางคน เราได้ลงโทษเขาด้วยเสียงกัมปนาท และพวกเขาบางคน เราได้ให้แผ่นดินสูบเขา และพวกเขาบางคน เราได้ให้เขาจมน้ำตาย และอัลลอฺไม่ได้ทรงอยุติธรรมแก่ต่อพวกเขา แต่พวกเขาต่างหากที่อธรรมทุจริตต่อตนเอง

{29:41} อุปมาบรรดาผู้ที่ยึดเอาอื่นจากอัลลอฺเป็นผู้คุ้มครอง อุปไมยดั่งแมงมุมที่ชักใยทำรัง และแท้จริงรังที่บอบบางที่สุดก็คือรังของแมงมุม หากพวกเขารู้

{29:42} แท้จริงอัลลอฺทรงรอบรู้ต่อสิ่งใด ๆ ที่พวกเขาวิงวอนขออื่นจากพระองค์ และพระองค์คือพระผู้ทรงมีอำนาจ พระผู้ทรงมีปรีชาญาณ

{29:43} และเหล่านี้คือบรรดาอุปมาทั้งหลายที่เราได้เปรียบเทียบมัน  สำหรับปวงมนุษย์ แต่ไม่มีผู้ใดตระหนักมันดอก  นอกจากผู้รู้

{29:44} อัลลอฺทรงสร้างเหล่าชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินด้วยความสัจจะตย์จริง แท้จริงในการนี้แน่นอนย่อมเป็นสัญญาณแก่บรรดาผู้ที่มีศรัทธา

{29:45} เธอจงอ่านสิ่งที่ถูกเปิดเผยสำแดงแก่เธอจากคัมภีร์ และจงดำรงการนมาซ 

แท้จริงการนมาซนั้นจะยับยั้งการทำลามกและความชั่ว และการรำลึกถึงอัลลอฺนั้นใหญ่ยิ่ง และอัลลอฺทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเธอกระทำ

{29:46} และพวกเธออย่าโต้เถียงกับชาวคัมภีร์เว้นแต่ด้วยวิธีที่ดีกว่า นอกจากบรรดาผู้อธรรมพวกทุจริตในหมู่พวกเขา และพวกเธอจงกล่าวว่า "เรามีศรัทธาในสิ่งที่ถูกประทานแก่เราและสิ่งที่ได้ถูกประทานแก่พวกเธอ และพระเจ้าของเราและพระเจ้าของพวกเธอนั้นองค์เดียวกัน และเราเป็นผู้สวามิภักดิ์ต่อพระองค์"

{29:47} และเช่นนั้นแหละ เราได้ประทานคัมภีร์แก่เธอ ดังนั้นบรรดาผู้ที่เราได้เคยประทานคัมภีร์แก่พวกเขา พวกเขาก็ศรัทธาต่อมัน (อัลกุรอาน) และในหมู่เขาเหล่านั้นและในหมู่พวกเขามีผู้มีศรัทธาต่อมัน และไม่มีผู้ใดปฏิเสธเหล่าโองการทั้งหลายของเรา นอกจากผู้ปฏิเสธศรัทธา

{29:48} และก่อนหน้านั้นเธอไม่ได้เคยอ่านคัมภีร์ใด ๆ เลย และเธอไม่ได้เคยคัดเขียนมันด้วยมือขวาของเธอ มิฉะนั้นแล้ว  พวกกล่าวความเท็จก็จะสงสัยอย่างแน่นอน

{29:49} ไม่ใช่เช่นนั้นดอก! มันคือโองการทั้งหลายอันแจ้งชัดอยู่ในหัวอกของบรรดาผู้ได้รับความรู้ และไม่มีผู้ใดปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรา  นอกจากพวกอธรรมทุจริต

{29:50} และพวกเขากล่าวว่า "เหตุใดบรรดาอภินิหารสัญญาณจากพระเจ้าของเขาจึงไม่ถูกประทานมายังเขา" จงกล่าวเถิด "แท้จริงอภินิหารสัญญาณเหล่านั้นอยู่ที่อัลลอฺ และฉันเป็นผู้ตักเตือนอันกระจ่างแจ้งเท่านั้น"

{29:51} ไม่เพียงพอแก่พวกเขาดอกหรือ? ที่เราได้ประทานคัมภีร์ให้แก่เธอ  ซึ่งได้ถูกอ่านให้แก่พวกเขาฟัง แท้จริงในการนั้นแน่นอนย่อมเป็นความเมตตาและเป็นการตักเตือนแก่หมู่ชนผู้มีศรัทธา

{29:52} จงกล่าวเถิด "พอเพียงพอแล้วที่  อัลลอฺทรงเป็นพยานระหว่างฉันและพวกเธอ 

พระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในเหล่าชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน" และบรรดาผู้เชื่อในความเท็จและปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฺ ชนเหล่านั้นแหละ พวกเขาเป็นผู้สูญเสีย

{29:53} และพวกเขาเร่งเร้าเธอในเรื่องการลงโทษ และมาตรว่าไม่ได้มีวาระถูกกำหนดไว้แล้ว การลงโทษก็จะเกิดขึ้นแก่พวกเขาอย่างแน่นอน และมันจะเกิดขึ้นแก่พวกเขาโดยฉับพลัน โดยที่พวกเขาไม่รู้สึกตัว

{29:54} พวกเขาเร่งเร้าเธอในเรื่องการลงโทษ อันที่จริงนรกญะันนัมนั้นเป็นที่สกัดล้อมพวกปฏิเสธศรัทธาไว้อย่างแน่นอน

{29:55} วันซึ่งการลงโทษจะครอบคลุมพวกเขาจากข้างบนเบื้องบนของพวกเขาและจากใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา และพระองค์จะตรัสว่า "พวกเธอจงลิ้มรสสิ่งที่พวกเธอได้ก่อกรรมกระทำไว้"

{29:56} ดูกรโอ้ ปวงบ่วงของฉันที่มีศรัทธา! แท้จริงแผ่นดินของฉันนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ดังนั้นเฉพาะฉันเท่านั้นพวกเธอจงเคารพสักการะ

{29:57} ทุกชีวิตเป็นผู้ลิ้มรสความตาย แล้วพวกเธอจะถูกนำกลับคืนยังเรา

{29:58} และบรรดาผู้ที่มีศรัทธาและระทำความดีทั้งหลายกอบคุณงามความดี แน่นอนเราจะให้พวกเขาพำนักอยู่ในวิมานแห่งสวนสวรรค์ ณ เบื้องล่างมันมีแม่น้ำลำธารไหลผ่านจากเบื้องล่างของมัน พวกเขาเป็นอมตะอยู่ในนั้น รางวัลของผู้ระทำความพฤติดีช่างประเสริฐยิ่งนัก

{29:59} บรรดาผู้อดทนขันติและพวกเขามอบหมายต่อพระเจ้าของพวกตน

{29:60} และสัตว์ตั้งกี่ชนิดที่ม้นไม่ได้แบกเครื่องยังชีพของพวกมัน อัลลอฺทรงประทานเครื่องยังชีพแก่พวกมัน  และแก่พวกเธอ  และพระองค์  คือพระผู้ทรงได้ยิน พระผู้ทรงรอบรู้

{29:61} และถ้าเธอถามพวกเขา "ผู้ใดเล่าเป็นผู้สร้างเหล่าชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดิน และเป็นผู้ทำให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นประโยชน์" แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า "อัลลอหฺ" แล้วเหตุใดเล่าพวกเขาจึงหันเหออกไปทางอื่นเล่า?

{29:62} อัลลอหฺทรงเผื่อแผ่เครื่องยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ และทรงจำกัดมัน แท้จริงอัลลอหฺคือพระผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง

{29:63} และถ้าเธอถามพวกเขาว่า "ผู้ใดเล่าทรงหลั่งน้ำลงมาจากฟ้า แล้วทรงให้แผ่นดินมีชีวิตหลังจากความแห้งแล้งของมัน" แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า "อัลลอหฺ" จงกล่าวเถิด "บรรดาการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอหฺ" ทว่าพวกเขาส่วนมากไม่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญ

{29:64} และการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ไม่ใช่อื่นใด เว้นแต่เป็นการละเล่นและการสนุกสนานร่าเริง และแท้จริงสถานที่ในปรโลกนั้น นั่นแหละคือชีวิตที่แท้จริง หากพวกเขาได้รู้

{29:65} ดังนั้นเมื่อพวกเขาลงเรือ พวกเขาวิงวอนต่ออัลลอหฺ เป็นผู้บริสุทธิ์ใจในการขอพรต่อพระองค์ ครั้นเมื่อพระองค์ทรงช่วยพวกเขาให้ขึ้นบกแล้ว พวกเขาก็ตั้งภาคีต่อพระองค์

{29:66} เพื่อพวกเขาจะเนรคุณต่อสิ่งที่เราได้ประทานแก่พวกเขา และเพื่อพวกเขาจะได้หลงระเริง แล้วพวกเขาก็จะได้รู้

{29:67} พวกเขาไม่เห็นดอกหรือว่า เราได้ทำเขตหวงห้ามให้เป็นที่ปลอดภัย ขณะที่ผู้คนรอบข้างพวกเขาถูกฆ่าถูกลักพาตัวไป แล้วพวกเขายังจะศรัทธาต่อความเท็จ และพวกเขายังจะเนรคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอหฺอีกหรือ?

{29:68} และผู้ใดเล่าจะอธรรมยิ่งกว่าผู้กุความเท็จให้แก่อัลลอหฺ หรือปฏิเสธสัจธรรมเมื่อมันได้มายังเขา ที่พำนักในนรกญะหันนัม ไม่ใช่สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาดอกหรือ?

{29:69} และบรรดาผู้ต่อสู้ดิ้นรนในทางของเรา แน่นอนเราจะชี้แนะพวกเขาสู่หนทางของเรา และแท้จริงอัลลอหฺทรงอยู่ร่วมกับผู้กระทำความดีทั้งหลายเนรมิตดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ให้เป็นประโยชน์" แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า "อัลลอฮฺ" แล้วเหตุใดพวกเขาจึงหันเหออกไปทางอื่นอีกเล่า?

{29:62} อัลลอฮฺทรงเผื่อแผ่เครื่องยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ และทรงจำกัดมัน แท้จริงอัลลอฮฺคือพระผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง

{29:63} และถ้าเธอถามพวกเขาว่า "ผู้ใดเล่าทรงหลั่งน้ำลงมาจากฟ้า แล้วทรงให้แผ่นดินมีชีวิตหลังจากความแห้งแล้งของมัน" แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า "อัลลอฮฺ" จงกล่าวเถิด "มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ" ทว่าพวกเขาส่วนมากไม่ไตร่ตรอง

{29:64} และการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ไม่ใช่อื่นใด เว้นแต่เป็นการละเล่นและการสนุกสนานร่าเริง และแท้จริงสถานที่ในปรโลกนั้น นั่นแหละคือชีวิตที่แท้จริง หากพวกเขาได้รู้

{29:65} ดังนั้นเมื่อพวกเขาลงเรือ พวกเขาวิงวอนต่ออัลลอฮฺ เป็นผู้บริสุทธิ์ใจในการขอพรต่อพระองค์ ครั้นเมื่อพระองค์ทรงช่วยพวกเขาให้ขึ้นบกแล้ว พวกเขาก็ตั้งภาคีต่อพระองค์

{29:66} เพื่อพวกเขาจะเนรคุณต่อสิ่งที่เราได้ประทานแก่พวกเขา และเพื่อพวกเขาจะได้หลงระเริง แล้วพวกเขาก็จะได้รู้

{29:67} พวกเขาไม่เห็นดอกหรือว่า เราได้ทำให้(มักกะฮฺ)เป็นเขตหวงห้ามที่ปลอดภัย ขณะที่ผู้คนรอบข้างพวกเขาถูกฆ่าถูกลักพาตัวไป แล้วพวกเขายังจะศรัทธาต่อความเท็จ และพวกเขายังจะเนรคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอฮฺอีกหรือ?

{29:68} และผู้ใดเล่า จะทุจริตยิ่งกว่าผู้กุความเท็จให้แก่อัลลอฮฺ หรือปฏิเสธสัจธรรมเมื่อมันได้มายังเขา ที่พำนักในนรกญะฮันนัม ไม่ใช่สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาดอกหรือ?

{29:69} และบรรดาผู้ต่อสู้ดิ้นรนในทางของเรา แน่นอนเราจะชี้แนะพวกเขาสู่หนทางของเรา และแท้จริงอัลลอฮฺทรงอยู่ร่วมกับผู้ประกอบคุณงามความดี

</div>

[[อัลกุรอาน (สำนวนแปลอะบูอิสรอฟีล)|กลับไปที่สารบัญ]]
[[หมวดหมู่:ดัชนีรายชื่อ]]