Difference between revisions 87992 and 88149 on thwikisource{{วสธมฉปส head| }} {{วสธมฉปส sidebar}} = อนุสสติกัมมัฏฐานนิเทศ ปริเฉทที่ 8 ๑. มรณานุสสติกถา= <sub><small>''(หน้าที่ 1)''</small></sub> '''๑. มรณานุสสติกถา'''⏎ ⏎ '''บัดนี้ ถึงวาระแสดงการเจริญมรณสติต่อจากเทวตานุสสตินี้ไป ในมรณสตินั้น คำว่า มรณะ ได้แก่ ความขาดแห่งชีวิตินทรีย์ที่เนื่องอยู่ในภพอันเดียว ก็สมุจเฉทมรณะ กล่าวคือความขาดสูญแห่งวัฏฏทุกข์ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ขณิกมรณะ กล่าวคือความแตกดับชั่วขณะแห่งสังขารทั้งหลาย และสมมติมรณะ ได้ในคำว่าต้นไม้ตาย โลหะตาย ดังนี้เป็นต้น มรณะทั้ง ๓ อย่างนั้น ไม่ประสงค์เอาในมรณะสตินี้ ก็แหละมรณะที่ประสงค์เอานั้นมี ๒ อย่างคือ กาลมรณะ ๑ อกาลมรณะ ๑ ในมรณะ ๒ อย่างนั้น กาลมรณะ ย่อมมีด้วยการสิ้นบุญ หรือกา(contracted; show full) :เพราะเหตุนั้นนั่นแล พระโยคาวจรผู้มีปัญญาดีพึงบำเพ็ญความไม่ประมาทในมรณสติภาวนา ซึ่งมีอนุภาพอันยิ่งใหญ่ดังพรรณนามานี้ ในกาลทุกเมื่อเทอญ '''กถามุขอย่างพิสดารในมรณสติ ยุติเพียงเท่านี้''' <sub><small>''(หน้าที่ 15)''</small></sub> '''=๒. กายคตาสติกัมมัฏฐาน'''= :บัดนี้ ถึงลำดับ การแสดงถึงการเจริญกายคตาสติกัมมัฏฐาน อันไม่เคยเป็นไปในการอื่นจากพุทธุปปาทกาล ไม่เป็นวิสัยของเดียรถีย์ทุกจำพวก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสรรเสริญในพระสูตรนั้น ๆ โดยอาการมิใช่น้อยอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่ง อันภิกษุเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อสังเวชใหญ่ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ใหญ่ ย่อมเป็นไปเพื่อความเกษมจากโยคะใหญ่ ย่อมเป็นไปเพื่อสติและสัมปชัญญะใหญ่ ย่อมเป็นไปเพื่อได้เฉพาะซึ่งญาณทัสนะ ย่อมเป็นไปเพื่ออยู่เป็นสุขในภพปัจจุบัน ย่อมเป็นไปเพื่อทำวิชชาวิมุติและผลให้แจ้(contracted; show full) '''กายคตาสตินี้ อันมีอานิสงส์เป็นอเนกดังกล่าวมา ฉะนี้''' '''นี่เป็นกถามุขอย่างพิสดารในกายคตาสติ''' <sub><small>''(หน้าที่ 45)''</small></sub> '''=๓. อานาปานสติกถา'''= :บัดนี้ถึงลำดับการแสดงการเจริญ อานาปานสติกัมมัฏฐาน มีวัตถุ ๑๖ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสรรเสริญไว้อย่างนี้ว่า ⏎ ⏎ ==อานาปานสติสูตร==⏎ ⏎ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติสมาธิแม้นี้แล อันพระโยคีเจริญแล้วทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นธรรมสงบประณีตเยือกเย็นและเป็นเครื่องอยู่เป็นสุข และยังอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว ๆ ให้อันตรธานสงบระงับไปโดยพลัน ดังนี้ แล้วทรงแสดงไว้อย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อานาปานสติสมาธิอันพระโยคีอบรมแล้วอย่างไร ? ทำให้มากแล้วอย่างไร ? จึงเป็นธรรมสงบประณีตเยือกเย็นและเป็นเครื่องอยู่เป็นสุข และยังอกุศลธรรมอันลามก ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว ๆ ให้อันตรธานสงบระงับโดยพลัน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ผู้อยู่ป่าหรืออยู่ตามโคนไม้หรืออยู่ในเรือว่างเปล่านั่งคู่บัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า '''จตุกกะ ๔ วัตถุ ๑๖''' '''จตุกกะ ที่ ๑''' :๑. เธอหายใจออกยาวก็รู้ว่าเราหายใจออกยาว หรือหายใจเข้ายาวก็รู้ว่าเราหายใจเข้ายาว :๒. เธอหายใจออกสั้นก็รู้ว่าเราหายใจออกสั้น หรือหายใจเข้าสั้นก็รู้ว่าเราหายใจเข้าสั้น (contracted; show full) :๑๖. สำเหนียกว่าเราจักเป็นผู้พิจารณาเห็นความสลัดทิ้งหายใจออก สำเหนียกว่าเราจักเป็นผู้พิจาณาเห็นความสลัดทิ้งหายใจเข้า :ก็เพราะอานาปานสติสมาธินั้น เมื่อกล่าวตามแนวของการพรรณนาพระบาลีนั้นแล ย่อมบริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง ฉะนั้น ในอธิการอันว่า อานาปานสติสมาธินั้น จึงมีการแสดงอันมีการพรรณนาพระบาลีเป็นตัวนำดังต่อไปนี้ <sub><small>''(หน้าที่ 47)''</small></sub> :ขยายความบาลีคำถาม==อธิบายอานาปานสติสูตร== :อันดับแรกพึงวินิจฉัยในบาลีคำถามว่า กถํ ภาวิโต จ ภิกฺขเว อานาปานสติสมาธิ ดังต่อไปนี้ :คำว่า กถํ นี้เป็นคำถามด้วยความเป็นผู้ใคร่เพื่อจะขยายอานาปานสติสมาธิภาวนา ให้พิสดารโดยประการต่าง ๆ คำว่า ภาวิโต จ ภิกฺขเว อานาปานสติสมาธิ นี้เป็นคำทรงแสดงไขธรรมที่ทรงตรัสถามไว้ด้วยความเป็นผู้ใคร่เพื่อจะตรัสให้พิสดารโดยประการต่าง ๆ แม้ในคำว่า กถํ พหุลีกโต ฯลฯ วูปสเมติ นี้ ก็นัยนี้เหมือนกัน บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภาวิโต นี้ ได้แก่ ให้เกิดขึ้นแล้วหรือเจริญแล้ว บทว่า อานาปานสติสมาธิ ได้แก่ สมาธิที่(contracted; show full) <sub><small>''(หน้าที่ 51)''</small></sub> :สถานที่อันมีในที่สุดชั่ว ๕๐๐ คันธนูเป็นอย่างต่ำ บทว่า รุกฺขมูลคโต แปลว่าไปสู่ที่โคนไม้ บทว่า สุญฺญาคารคโต แปลว่าไปสู่โอกาสอันว่างคือสงัด ก็ในพระบาลีบทนี้เว้นที่ที่เป็นป่าและโคนไม้เสีย แม้จะไปสู่เสนาสนะที่เหลืออีก ๗ อย่าง จะเรียกว่าผู้อยู่ในเรือนอันว่างเปล่าก็ควร '''===อิริยาบถที่สมควร'''=== :พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงชี้เสนาสนะอันเหมาะสมแก่การเจริญอานาปานสติอันสมควรแก่ฤดูทั้ง ๓ และสมควรแก่ธาตุและจริยาแก่พระโยคาวจรอย่างนี้แล้ว เมื่อจะทรงชี้อิริยาบถอันสงบ อันไม่เป็นไปในฝ่ายหดหู่และไม่เป็นไปในฝ่ายฟุ้งซ่านแก่พระโยคาวจรนั้น จึงตรัสว่า นั่ง ดังนี้ ลำดับนั้นเมื่อจะทรงแสดงการนั่งที่มั่นคง ภาวะที่เป็นไปสะดวกหายใจออกเข้า และอุบายในการกำหนดอารมณ์ จึงตรัสว่า คู้บัลลังก์ ดังนี้เป็นต้น (contracted; show full) '''ยุติลงด้วยประการฉะนี้''' '''...................''' ==ดูเพิ่ม== *'''[http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/sutta23.php ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค]''' *'''[[วิสุทธิมรรค ฉบับปรับสำนวน]] (สารบัญ)''' All content in the above text box is licensed under the Creative Commons Attribution-ShareAlike license Version 4 and was originally sourced from https://th.wikisource.org/w/index.php?diff=prev&oldid=88149.
![]() ![]() This site is not affiliated with or endorsed in any way by the Wikimedia Foundation or any of its affiliates. In fact, we fucking despise them.
|