Difference between revisions 88130 and 88166 on thwikisource{{วสธมฉปส head| }} {{วสธมฉปส sidebar}} =๑. อาหาเรปฏิกูลสัญญากถา= <sub><small>''(หน้าที่ 198)''</small></sub> :บัดนี้ ถึงลำดับการแสดงวิธีเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญา ซึ่งได้ยกขึ้นแสดงไว้อย่างนี้ว่า สัญญาอย่างหนึ่งซึ่งรองลำดับอรูปสมาบัติ ดังนี้ (contracted; show full) :เธอกำหนดรู้รูปขันธ์ด้วยมุขคือปรีชากำหนดรู้กามคุณ ๕ อย่าง และแม้กายคตาสติภาวนา ย่อมถึงความเต็มเปี่ยมแก่เธอ ด้วยอำนาจความเป็นของปฏิกูลแห่งอาหารที่ยังไม่ย่อย เป็นต้น เธอชื่อว่าเป็นผู้ดำเนินตามปฏิปทาอันอนุโลมแก่อสุภสัญญา ก็เธออาศัยข้อปฏิบัตินี้ แม้ยังไม่ประสบความเป็นผู้มีพระอมตะเป็นที่สุดในภพปัจจุบัน ก็จะเป็นผู้มีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า :นี้เป็นถ้อยแถลงอย่างพิสดารในการเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญา =๒. จตุธาตุววัฏฐานกถา= : บัดนี้ ถึงลำดับการแสดงวิธีเจริญจตุธาตุววัฏฐาน ซึ่งคำที่ข้าพเจ้า[[วิสุทธิมรรค_ฉบับปรับสำนวน_ปริจเฉท_๓_กัมมัฏฐานคหณนิทเทส#โดยอธิบายวิธีนับจำนวน|กล่าวไว้]]ว่า ววัฏฐานคือการกำหนดอันหนึ่ง รองเคยกล่าวไว้ต่อจากอาหารเรปฏิกูลสัญญาลงมาดังนี้ :ในบทเหล่านี้ บทว่า กำหนดกัมมัฏฐานว่า ๗. ววัตถานกัมมัฏฐาน ๑ อย่าง บัดนี้ ถึงลำดับการอธิบายวิธีเจริญจตุธาตุววัฏฐานนั้นแล้ว. :ในคำว่าจตุธาตุววัตถานนั้น บทว่า '''ววัตถาน''' (การจัดหมู่) คือ การสันนิษฐานด้วยสามารถเข้าไปกำหนดสภาพ การกำหนดธาตุทั้งตัดสินธรรมะด้วยการสังเกตสภาวะ, การตัดสินธาตุ ๔ ชื่อว่า จตุธาตุววัฏฐาน. ⏎ ⏎ :คำเหล่านี้มีความหมายเหมือนกัน ทั้งคำว่า ธาตุมนสิการ คือใฝ่ใจ(กรรมฐานคือการเฝ้านึกถึงแต่ธาตุ) ทั้งคำว่า ธาตุกัมมัฏฐาน คือ(กรรมฐานมีธาตุเป็นอารมณ์, เกี่ยวกับธาตุ) , ทั้งคำว่า จตุธาตุววัฏฐาน ได้แก่ การกำหนดธาตุ ๔ นี้ โดยใจความเป็นอันเดียวกัน กรรมฐานคือธาตุววัฏฐานนี้นั้นมาแล้ว โดยอาการ ๒ อย่าง(การตัดสินธาตุ ๔). ==ธาตุ ๔ สำหรับท่องจำ== ===อย่างย่อสำหรับปัญญินทรีย์กล้า=== :พระพุทธเจ้าสอนธาตุววัฏฐานกรรมฐานไว้ ๒ แบบ คือ โดยแบบย่อ ๑ โดยพิสดาร ๑ การกำหนดธาตุ ๔ นั้น โดยย่อมาแบบละเอียด ๑. แบบย่อสอนในมหาสติปัฏฐานสูตร โดยพิสดารมาแบบละเอียดสอนในมหาหัตถิปโทปมสูตร ในราหูโลวาทสูตร และในธาตุวิภังคสูตร. :ก็การกำหนดธาตุ ๔ นั้น มาแล้วโดยย่อใน[[w:มหาสติปัฏฐานสูตร]] ด้วยสามารถภิกษุผู้เจริญธาตุกรรมฐานผู้มีปัญญาแก่กล้าอย่างนี้ว่า ⏎ ⏎ ⏎ ⏎ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหมือนอย่างนายโคฆาตก์หรือลูกมือของนายโคฆาตก์ผู้ขยัน ฆ่าโคแล้วพึงนับแบ่งเนื้อออกเป็นชิ้น ๆ นั่งในทางใหญ่ ๔ แพร่ง ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมพิจารณากายนี้แหละ ตามที่ตั้งอยู่แล้ว ตามที่ดำรงอยู่แล้วโดยธาตุว่า ในกายนี้มี ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วายธาตุ ฉันนั้น <sub><small>''(หน้าที่ 207)''</small></sub> '''อรรถกถาธาตุ ๔ อย่างย่อ'''⏎ ⏎ :ความแห่งพระสูตรนั้นว่า เปรียบดุจนายโคฆาตก์หรือลูกมือของนายโคฆาตก์ผู้ฉลาดนั่นแหละ ผู้อื่นเขาจ้างแล้วด้วยภัตและบำเหน็จ ฆ่าแม่โคแล้ว ชำแหละแล้ว นั่งปันเป็นส่วน ๆ ในทางใหญ่ ๔ แพร่ง กล่าวคือฐานกลางของทางใหญ่ซึ่งแยกไปสู่ ๔ ทิศ ฉันใด ภิกษุย่อมพิจารณากาย ซึ่งชื่อว่าตามที่ตั้งอยู่ เพราะตั้งอยู่โดยอาการอย่างใดอย่างหนึ่งแห่งอิริยาบถทั้ง ๔ หรือชื่อว่าตามที่ดำรงแล้ว เพราะตามที่ตั้งอยู่แล้วนั่นเอง โดยความเป็นธาตุอย่างนี้ว่า ในกายนี้มี ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ฉันนั้น มีอธิบายอย่างไร ? อธิบายว่าเมื่อนายโคฆาตก์เลี้ยงโคอยู่ก็ดี นำมาสู่ที่ฆ่าก็ดี จูงมาผูกมัดไว้ในที่ฆ่านั้นก็ดี ฆ่าอยู่ก็ดี เห็นโคที่ฆ่าแล้วตายแล้วก็ดี ความสำคัญหมายว่าแม่โคยังไม่สูญหาย ตราบเท่าที่ยังไม่ชำแหละโคนั้นแบ่งออกเป็นชิ้น ๆ แต่เมื่อเธอแบ่งออกแล้วนั่งอยู่ ความหมายว่าแม่โคย่อมหายไป กลายเป็นหมายว่าเนื้อ เธอหาคิดอย่างนี้ไม่ว่า เราขายแม่โค คนเหล่านี้ซื้อแม่โคไป อันที่แท้เธอย่อมคิดอย่างนี้ว่า เราขายเนื้อ แม้ชนเหล่านี้ซื้อเนื้อไป ฉันใด แม้เมื่อภิกษุนี้ครั้งก่อนคือ ในเวลาเป็นปุถุชน คนโง่ จะเป็นคฤหัสถ์ก็ตาม บรรพชิตก็ตาม ความสำคัญหมายว่าสัตว์ว่าสัตว์เลี้ยงหรือว่าบุคคลยังไม่สูญในทันทีตราบเท่าที่ยังมิได้ทำการแยกก่อน พิจารณากายนี้ตามที่ตั้งอยู่แล้วตามที่ดำรงอยู่แล้วโดยความเป็นธาตุ แต่เมื่อพระโยคีพิจารณาโดยความเป็นธาตุ ความสำคัญหมายว่าเป็นสัตว์ย่อมสูญหาย จิตย่อมตั้งจดจ่ออยู่ด้วย สามารถเป็นธาตุฝ่ายเดียวเพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นายโคฆาตย์ผู้ขยัน ฯลฯ พึงเป็นผู้นั่งแล้ว ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุก็เช่นเดียวกัน ฯลฯ วาโยธาตุ ฉะนี้ ===อย่างยาวสำหรับปัญญินทรีย์อ่อน===⏎ ⏎ :แต่ในมหาหัตถิปโทปมสูตร ทรงแสดงโดยพิสดารด้วยสามารถภิกษุผู้บำเพ็ญธาตุกรรมฐานซึ่งมีปัญญาไม่เฉียบแหลมนักอย่างนี้ว่า :ดูกรอาวุโส ก็ปฐวีธาตุภายในเป็นไฉน ? สิ่งใดที่หยาบแข็ง อันปุถุชนยึดมั่นแล้วเป็นภายในจำเพาะตัว คือ ผม ขน เล็บ ฟัน ฯลฯ อาหารใหม่ อาหารเก่า ก็หรืออันใด อันหนึ่งแม้อื่น ที่หยาบแข็งอันปุถุชนยึดมั่นแล้ว ซึ่งเป็นไปในภายในเฉพาะตน ดูกรอาวุโสนี้แหละคือปฐวีธาตุอันเป็นไปในภายใน ดังนี้ด้วย (contracted; show full) :ดูกรอาวุโส ก็วาโยธาตุอันเป็นไปภายในเป็นไฉน? สิ่งใดเป็นลมถึงความพัดโบกอันปุถุชนยึดมั่นแล้ว เป็นภายในเฉพาะตัว ลมพัดขึ้นเบื้องบน ลมพัดลงเบื้องต่ำ ลมพัดอยู่ในท้อง ลมพัดอยู่ในไส้ ลมที่แล่นไปในอวัยวะน้อยใหญ่ ลมหายใจออกเข้า ก็หรือว่าอันใดอันหนึ่งที่มีลักษณะดังนี้ หรือแม้อันอื่นคือเป็นลมถึงความพัดโบก อันปุถุชนยึดมั่นแล้ว เป็นไปภายในเฉพาะตัว ดูกรอาวุโส นี้เรียกว่าวาโยธาตุอันเป็นไปภายใน ดังนี้ด้วย :ก็ในมหาหัตถิปโทปมสูตรนี้ฉันใด แม้ในราหุโลวาทสูตรและธาตุวิภังคสูตร ก็เหมือนกัน ฉันนั้น '''อรรถกถาธาตุ ๔ อย่างละเอียด'''⏎ ⏎ :ในพระสูตรนั้น มีขยายความบทที่ยังไม่กระจ่างดังต่อไปนี้ คำว่า อันเป็นไปภายในเฉพาะตัว ทั้ง ๒ นี้เป็นชื่อของสิ่งที่เป็นนิยกะ สิ่งที่เกิดในตน อธิบายว่า เนื่องกับสันดานของตนชื่อว่านิยกะ นิยกะนี้นั้นฉันเดียวกับคำพูดในหมู่หญิงในโลก เขาย่อมเรียกว่าอธิตถี คำเฉพาะผู้หญิง ฉันใด เรียกว่าเป็นภายในเพราะเป็นไปในตน เรียกว่าเฉพาะตน เพราะอาศัยตนเป็นไป ฉันนั้น คำว่า หยาบคือแข้น คำว่า แข็งคือกระด้าง ในคำเหล่านั้น คำที่ ๑ บอกลักษณะ คำที่ ๒ บอกอาการ เพราะว่าปฐวีธาตุมีลักษณะแข้นแข็ง ปฐวีธาตุนั้นมีอาการหยา(contracted; show full) :ข้างใน ชื่อว่า ลมปัสสาสะ ได้แก่ลมในจมูกที่ออกข้างนอก และในลมเหล่านี้ ลม ๕ ชนิดตอนต้นมี ๔ สมุฏฐาน ลมอัสสาสะปัสสาสะ มีจิตเป็นสมุฏฐานอย่างเดียว ก็ด้วยบทว่า ก็หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งแม้อื่น ดังนี้ ในทุก ๆ แห่ง ท่านสงเคราะห์อาโปธาตุเป็นต้นเข้าในส่วนที่เหลือทั้งหลาย ธาตุ ๔ เป็นอันท่านให้พิสดารด้วยอาการ ๔๒ คือ ปฐวีธาตุโดยอาการ ๒๐ อาโปธาตุโดยอาการ ๑๒ เตโชธาตุโดยอาการ ๔ วาโยธาตุโดยอาการ ๖ ดังพรรณนามาฉะนี้ :การขยายความบาลีในอธิการนี้ เพียงเท่านี้ก่อน '''==วิธีเจริญทำกรรมฐาน'''ธาตุ ๔ ให้ต่อเนื่อง== :ก็พึงทราบวินิจฉัยในนัยแห่งการเจริญในธาตุกรรมฐานนี้ การกำหนดธาตุอย่างพิสดารอย่างนี้ว่า ผมเป็นปฐวีธาตุ ขนเป็นปฐวีธาตุ ดังนี้ ย่อมปรากฏโดยความเป็นของเนิ่นช้าแก่ภิกษุผู้มีปัญญาเฉียบแหลม แต่เมื่อผู้มีปัญญาเฉียบแหลมนั้นใฝ่ใจอยู่อย่างนี้ว่า สิ่งใดมีลักษณะแข้นแข็ง สิ่งนั้นคือปฐวีธาตุ สิ่งใดมีลักษณะเอิบอาบ สิ่งนั้นคืออาโปธาตุ สิ่งใดมีลักษณะให้อบอุ่น สิ่งนั้นคือเตโชธาตุ ดังนี้ กรรมฐานย่อมปรากฏแต่ผู้มีปัญญาไม่เฉียบแหลมนัก ใฝ่ใจอยู่อย่างนี้ กรรมฐานนี้ย่อมมืดมัวไม่แจ่มแจ้ง เมื่อเธอใฝ่ใจโดยพิสดารตามนัยก(contracted; show full)'''เพื่อพยุงความปราโมทย์แก่สาธุชนทั้งหลาย''' '''ยุติเพียงเท่านี้''' ==ดูเพิ่ม== *'''[http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/sutta23.php ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค]''' *'''[[วิสุทธิมรรค ฉบับปรับสำนวน]] (สารบัญ)''' All content in the above text box is licensed under the Creative Commons Attribution-ShareAlike license Version 4 and was originally sourced from https://th.wikisource.org/w/index.php?diff=prev&oldid=88166.
![]() ![]() This site is not affiliated with or endorsed in any way by the Wikimedia Foundation or any of its affiliates. In fact, we fucking despise them.
|