Difference between revisions 94863 and 94864 on thwikisource

{{วสธมฉปส head| }}
{{วสธมฉปส sidebar}}

=อายตนะ ๑๒=
==วินิจฉัยอายตนะ 6 วิธี==
'''ปริเฉทที่ ๑๕ อายตนธาตุนิเทศ'''

<sub><small>''(หน้า 72)''</small></sub>
(contracted; show full)

:อีกอย่างหนึ่ง  อายตนะภายใน  พึงเห็นเหมือนสัตว์ ๖  จำพวก  อายตนะภายนอก  พึงเห็นเหมือนที่โคจรแห่งสัตว์ ๖  จำพวกนั้น

:วินิจฉัยโดยเป็นสิ่งพึงเห็นในอายตนะเหล่านี้  บัณฑิตพึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้

:นี่เป็นกถามุขอย่างพิสดารแห่งอายตนะทั้งหลาย  เป็นอันดับแรก

=ธาตุนิเทศ 18=

==วินิจฉัยอายตนะ 7 วิธี==

<sub><small>''(หน้า 79)''</small></sub>


:ส่วนธาตุอันกล่าวไว้ต่ออายตนะนั้นไป  มีวินิจฉัยว่า  ธาตุ  ๑๘  คือ  จักขุธาตุ  รูปธาตุ  จักขุวิญญาณธาตุ  โสตธาตุ  สัททธาตุ  โสตวิญญาณธาตุ  ฆานธาตุ  คันธธาตุ  ฆานวิญญาณธาตุ

:ชิวหาธาตุ  รสธาตุ  ชิวหาวิญญาณธาตุ  กายธาตุ  โผฏฐัพพธาตุ  กายวิญญาณธาตุ  มโนธาตุ  ธัมมธาตุ  มโนวิญญาณธาตุ  ชื่อว่าธาตุทั้งหลาย

:'''วินิจฉัยในธาตุเหล่านั้น  บัณฑิตพึงทราบโดยอรรถ'''

:'''โดยลักษณะเป็นต้น  โดยลำดับ  โดยความมีเพียงนั้น'''  

:'''โดยความนับ  (จำนวน)  โดยปัจจัย  และโดยเป็นสิ่งพึงเห็น'''

'''==โดยอรรถ'''ัตถะแห่งศัพท์==

:ในข้อเหล่านั้น  ข้อว่า  '''โดยอรรถ'''  ความว่า  วินิจฉัยโดยอรรถความแปลกกันแห่งจักขุศัพท์ เป็นต้น  บัณฑิตพึงทราบโดยนัยเช่นว่า  “ธรรมชาติใดย่อมบอก  เหตุนั้น  ธรรมชาตินั้นจึงชื่อว่า  จักขุ  สิ่งใดย่อมแสดงสี  เหตุนั้นสิ่งนั้นจึงชื่อว่ารูป  ความรู้แจ้งแห่งจักขุชื่อว่าจักขุวิญญาณ”  ดังนี้เป็นต้นก่อน  ส่วนว่าวินิจฉัยโดยอรรถที่ไม่แปลกกัน  พึงทราบดังนี้

(contracted; show full)

:เพราะเหตุนั้น  โดยอรรถตามที่กล่าวมา  (บัณฑิตพึงทราบวิเคราะห์ว่า)  จักขุนั้นด้วยเป็นธาตุด้วย  จึงชื่อว่าจักขุธาตุ  จึงชื่อว่าจักขุธาตุ  ฯลฯ  มโนวิญญาณด้วย  มโนวิญญาณนั้นเป็นธาตุด้วย  จึงชื่อว่า  มโนวิญญาณธาตุแล

:วินิจฉัยโดยอรรถในธาตุเหล่านั้น  บัณฑิตพึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้  เป็นอันดับแรก

<sub><small>''(หน้าที่ 81)''</small></sub>


'''==โดยลักษณะเป็นต้น'''==

:ข้อว่า  '''โดยลักษณะเป็นต้น''' ความว่า  วินิจฉัยโดยลักษณะ  เป็นต้นแห่งธาตุมีจักขุเป็นอาทิในนิเทศนี้  บัณฑิตก็พึงทราบด้วย  ก็แต่ว่าลักษณะเป็นต้นแห่งธาตุทั้งหลายนั้น  พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในขันธนิเทศเถิด 

'''==โดยลำดับ'''==

:ข้อว่า  '''โดยลำดับ'''  ความว่า  แม้ในที่นี้  บรรดาลำดับทั้งหลาย  มีลำดับแห่งความเกิดเป็นต้น  ที่กล่าวแล้วในนิเทศก่อน  ก็ลำดับแห่งการแสดงเท่านั้นใช้ได้  ก็แลลำดับแห่งการแสดงนี้นั้น  ท่านกล่าวโดยกำหนดลำดับแห่งเหตุและผล  จริงอยู่  ธาตุทั้ง ๒  นี้คือจักขุธาตุ  และรูปธาตุเป็นเหตุ  ธาตุ ๑  คือจักขุวิญญาณเป็นผล  ลำดับอย่างนี้  บัณฑิตพึงทราบในธาตุที่เหลือทั้งปวง

'''==โดยความมีเพียงนั้น'''==

:คำว่า  '''ตาวตวโต'''  คือ  '''ตาวภาวโต''' -  โดยความมีเพียงนั้น  พระพุทธาธิบายนี้  มีอยู่ว่าหากมีคำท้วงว่า  “ก็แม้ธาตุทั้งหลายอื่น  เช่น  อาภาธาตุ  สุภธาตุ  อากาสานัญจายตนธาตุ  วิญญานัญจายตนธาตุ อากิญจัญญายตนธาตุ เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุ  สัญญาเวทยิตนิโรธธาตุ  กามธาตุ  พยาปาทธาตุ  วิหิงสาธาตุ  เนกขัมมธาตุ  อัพยาปาทธาตุ  อวิหิงสาธาตุ  สุขธาตุ  ทุกขธาตุ  โสมนัสสธาตุ  โทมนัสสธาตุ  อุเปกขาธาตุ  อวิชชาธาตุ  อารัมภธาตุ  นิกกมธาตุ  ปรักกมธาตุ  หีนธาตุ  ม(contracted; show full)
'''ด้วยประการนั้น ๆ แล'''

:วินิจฉัยโดยความมีเพียงนั้นในธาตุทั้งหลายนั่น  บัณฑิตพึงทราบด้วยกล่าวมาฉะนี้

<sub><small>''(หน้าที่ 84)''</small></sub>


'''==โดยการนับจำนวน'''==

:ข้อว่า  '''โดยการนับ'''  (จำนวน)  ความว่า  อันดับแรก  จักขุธาตุ  ว่าโดยชาติก็ถึงซึ่งการนับว่าเป็นธรรมจำนวน ๑  คือเป็นจักขุประสาท  โสตธาตุ  ฆานธาตุ  ชิวหาธาตุ  กายธาตุ  รูปธาตุ  สัททธาตุ  คันธธาตุ  และรสธาตุ  ก็อย่างนั้น  คือถึงซึ่งการนับว่าเป็นธรรมจำนวน ๑  โดยเป็นโสตประสาทเป็นต้น  แต่โผฏฐัพพธาตุถึงซึ่งการนับว่าเป็นธรรมจำนวน ๓  ด้วยอำนาจแห่ง  ปฐวีธาตุ  เตโชธาตุ  และวาโยธาตุ  จักขุวิญญาณธาตุ  ถึงซึ่งการนับว่าเป็นธรรมจำนวน ๒  โดยเป็นกุศลวิปากวิญญาณและอกุศลวิปากวิญญาณ  โสตวิญญาณธาตุ  ฆานวิญญาณธาตุ  ชิวหาวิญญาณธาตุ  และกายวิญญาณธาตุ  ก็อย่างนั้น  ส่วนมโนธาตุถึงซึ่งการนับว่าเป็น  ธรรมจำนวน ๓  โดยเป็นปัญจทวาราวัชชนะ  กุศลวิปากวิญญาณ  อกุศลวิบาก  และสัมปฏิจฉนะ  ธัมมธาตุถึงซึ่งการนับว่าเป็นธรรมจำนวน ๒๐  ด้วยอำนาจแห่งอรูปขันธ์ ๓  สุขุมรูป ๑๖  และอสังขตธาตุ  มโนวิญญาณถึงซึ่งการนับว่าเป็นธรรมจำนวน ๗๖  ด้วยอำนาจแห่งกุศลวิญญาณ  อกุศลวิญญาณและอัพยากฤตวิญญาณที่เหลือแล

:วินิจฉัยแม้โดยการนับ  (จำนวน)  ในธาตุทั้งหลายนั้น  บัณฑิตพึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้

'''==โดยปัจจัย'''==

:ในข้อว่า  '''ปัจจัย'''  นี้มีวินิจฉัยว่า  ก่อนอื่น  จักขุธาตุเป็นปัจจัยโดยปัจจัย ๖  คือเป็น  วิปยุตปัจจัย ๑  ปุเรชาตปัจจัย ๑  อัตถิปัจจัย ๑  อวิคตปัจจัย ๑  นิสสยปัจจัย ๑  อินทริยปัจจัย ๑ รูปธาตุเป็นปัจจัยโดยปัจจัย ๔ คือเป็นปุเรชาตปัจจัย ๑ อัตถิปัจจัย ๑ อวิคตปัจจัย ๑  อารัมมณปัจจัย ๑  แก่จักขุวิญญาณธาตุ  ธาตุที่เหลือ  (อีก ๔ คู่)  มีโสตธาตุ  และสัททธาตุเป็นต้น  ก็เป็นปัจจัยแก่วิญญาณธาตุที่เหลือ  มีโสตวิญญาณธาตุเป็นอาทิอย่างนั้น  ส่วนอาวัชชนมโนธาตุเป็นปัจจัยโดยปัจจัย ๕  คือเป็(contracted; show full)

:นี่เป็นความสังเขปในข้อว่า  ปัจจัยนี้  ส่วนประเภทปัจจัยโดยพิสดาร  จักมีแจ้งในนิเทศ  แห่งปฏิจจสมุปบาท  วินิจฉัยแม้โดยปัจจัยธาตุทั้งหลายนั่น  บัณฑิตพึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้


'''==โดยเป็นสิ่งพึงเห็น'''==

:ข้อว่า  '''โดยเป็นสิ่งพึงเห็น'''  ความว่า  อนึ่ง  พึงทราบวินิจฉัยโดยเป็นสิ่งพึงเห็นในธาตุทั้งหลายนั่น  แท้จริง  สังขตธาตุทั้งหมดเทียว  บัณฑิตพึงเห็นโดยความเป็นของว่างจากส่วนเบื้องต้น  (คืออดีต)  และส่วนเบื้องปลาย  (คืออนาคต)  โดยความเป็นของเปล่าจากความยั่งยืน ความงาม  ความสุข  ความเป็นตนและโดยมีความเป็นไปเนื่องด้วยปัจจัย  แต่  (เมื่อว่า)  โดยความแปลกกันในธาตุทั้งหลายนั้น  จักขุธาตุพึงเห็นเหมือนหน้ากลอง  รูปธาตุเหมือนไม้  (ตีกลอง)  จักขุวิญญาณธาตุเหมือนเสียง  (กลอง)  โดยนัยอย(contracted; show full)'''ในอธิการแห่งปัญญาภาวนา  ในปกรณ์วิเสสชื่อวิสุทธิมรรค'''

'''อันข้าพเจ้าทำเพื่อประโยชน์แก่ความปราโมทย์แห่งสาธุชน  ดังนี้'''


==ดูเพิ่ม==
*'''[http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/sutta23.php ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค]'''
*'''[[วิสุทธิมรรค ฉบับปรับสำนวน]] (สารบัญ)'''