Revision 50376 of "บทสวดมนต์พาหุงมหากา ฉบับพระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ ฐิตธมฺโม)" on thwikisource

'''บทสวดมนต์พาหุงมหากา ฉบับพระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ {{ฐิ}}ตธมฺโม)''' วัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี

== [[คำบูชาพระรัตนตรัย]] ==
{| width="700"
|- valign="top"
| width="40%" |
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา 
|
พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
|- valign="top"
|
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)
|
ข้าพเจ้า อภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน (กราบ)
|- valign="top"
|
สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม 
|
พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว
|- valign="top"
|
ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)
|
ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม (กราบ)
|- valign="top"
|
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ 
|
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว
|- valign="top"
|
สังฆัง นะมามิ (กราบ)
|
ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์ (กราบ)
|}

== [[ปุพพภาคนมการ]] ==
{| width="700"
|- valign="top"
| width="40%" |
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต <br />
อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
|
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น <br />
ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
|- valign="top"
|
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต <br />
อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
|
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น <br />
ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
|- valign="top"
|
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต <br />
อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
|
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น <br />
ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
|}

== [[ไตรสรณคมน์]] ==
{| width="700"
|- valign="top"
| width="40%" |
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ<br />
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ<br />
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
|
ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก<br />
ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก<br />
ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก
|- valign="top"
|
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ<br />
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ<br />
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
|
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก<br />
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก<br />
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก
|- valign="top"
|
ตติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ<br />
ตติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ<br />
ตติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
|
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก<br />
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก<br />
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก
|}

== [[บทสรรเสริญพระพุทธคุณ]] ==
{| width="700"
|- valign="top"
| width="40%" |
อิติปิ โส ภะคะวา
|
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
|- valign="top"
|
อะระหัง
|
เป็นผู้ไกลจากกิเลส
|- valign="top"
|
สัมมาสัมพุทโธ
|
เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง
|- valign="top"
|
วิชชาจะระณะสัมปันโน
|
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ  
|- valign="top"
|
สุคะโต
|
เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว
|- valign="top"
|
โลกะวิทู
|
เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
|- valign="top"
|
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
|
เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งไปกว่า
|- valign="top"
|
สัตถา เทวะมะนุสสานัง 
|
เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
|- valign="top"
|
พุทโธ
|
เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
|- valign="top"
|
ภะคะวาติฯ
|
เป็นผู้มีความเจริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้ฯ
|}

== [[บทสรรเสริญพระธรรมคุณ]] ==
{| width="700"
|- valign="top"
| width="40%" |
สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
|
พระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ดีแล้ว
|- valign="top"
|
สันทิฏ{{ฐิ}}โก
|
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัตึพึงเห็นได้ด้วยตนเอง
|- valign="top"
|
อะกาลิโก 
|
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้ ไม่จำกัดกาล
|- valign="top"
|
เอหิปัสสิโก
|
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
|- valign="top"
|
โอปะนะยิโก
|
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
|- valign="top"
|
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิ{{ญ}}ญูหีติฯ*
|
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน ดังนี้ฯ
|}

* หมายเหตุ: อ่านว่า วิ{{ญ}}ญูฮีติ

== [[บทสรรเสริญพระสังฆคุณ]] ==
{| width="700"
|- valign="top"
| width="40%" |
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
|
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, <br />
ปฏิบัติดีแล้ว
|- valign="top"
|
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
|
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, <br />
ปฏิบัติตรงแล้ว
|- valign="top"
|
{{ญ}}ายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
|
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, <br />
ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม เป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
|- valign="top"
|
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
|
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, <br />
ปฏิบัติสมควรแล้ว
|- valign="top"
|
ยะทิทัง 
|
ได้แก่ บุคคลเหล่านี้คือ 
|- valign="top"
|
จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏ{{ฐ}}ะ ปุริสะปุคคะลา
|
คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัว บุรุษได้ ๘ บุรุษ
|- valign="top"
|
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
|
นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
|- valign="top"
|
อาหุเนยโย*
|
เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา
|- valign="top"
|
ปาหุเนยโย*
|
เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
|- valign="top"
|
ทักขิเณยโย*
|
เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน
|- valign="top"
|
อั{{ญ}}ชลีกรณีโย*
|
เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี
|- valign="top"
|
อะนุตตะรัง ปุ{{ญ}}{{ญั}}กเขตตัง โลกัสสาติฯ
|
เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้ฯ
|}

*หมายเหตุ: อ่านออกเสียง อาหุไนยโย ปาหุไนยโย ทักขิไณยโย โดยสระเอ กึ่งสระไอ

== [[พุทธชัยมงคลคาถา]] ==
{| width="700"
|- valign="top"
| width="40%" |
พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง<br>
ค๎รีเมขะลังอุทิตะโฆระสะเสนะมารัง<br>
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท<br>
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
|
๑. พระจอมมุนีได้ทรงชนะพญามารผู้เนรมิตแขนมากตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ 
ขี่คชสารชื่อครีเมขละ พร้อมด้วยเสนามารโห่ร้องกึกก้อง
ด้วยธรรมวิธี คือ ทรงระลึกถึงพระบารมี ๑๐ ประการ ที่ทรงบำเพ็ญแล้ว มีทานบารมีเป็นต้น
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น
|- valign="top"
|
มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง<br>
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง<br>
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท<br>
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ<br>
|
๒. พระจอมมุนีได้ทรงชนะอาฬวกยักษ์ ผู้มีจิตกระด้าง ดุร้ายเหี้ยมโหด <br>
มีฤทธิ์ยิ่งกว่าพญามาร ผู้เข้ามาต่อสู้ยิ่งนัก จนตลอดรุ่ง<br>
ด้วยวิธีที่ทรงฝึกฝนเป็นอันดี คือ ขันติบารมี<br>
(คือ ความอดทน อดกลั้น ซึ่งเป็น ๑ ในพระบารมี ๑๐ ประการ)<br>
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น
|- valign="top"
|
นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง<br>
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง<br>
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท<br>
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
|
๓. พระจอมมุนีได้ทรงชนะพญาช้างตัวประเสริฐชื่อ นาฬาคิรี 
เป็นช้างเมามันยิ่งนัก ดุร้ายประดุจไฟป่า และร้ายแรงดังจักราวุธและสายฟ้า (ขององค์อินทร์) 
ด้วยวิธีรดลงด้วยน้ำ คือ พระเมตตา
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น
|- valign="top"
|
อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง<br>
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง<br>
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท<br>
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ<br>
|
๔. พระจอมมุนีทรงบันดาลอิทธิฤทธิ์ทางใจอันยอดเยี่ยม <br>
ชนะโจรชื่อองคุลิมาล (ผู้มีพวงมาลัย คือ นิ้วมือมนุษย์) แสนร้ายกาจ<br>
มีฝีมือ ถือดาบวิ่งไล่พระองค์ไปสิ้นทาง ๓ โยชน์<br>
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น
|- valign="top"
|
กัต๎วานะ กัฏ{{ฐ}}ะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา<br>
จิ{{ญ}}จายะ ทุฏ{{ฐ}}ะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ<br>
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท<br>
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
|
๕. พระจอมมุนีได้ทรงชนะความกล่าวร้ายของนางจิญจมาณวิกา<br>
ผู้ทำอาการประดุจว่ามีครรภ์ เพราะทำไม้สัณฐานกลม (ผูกติดไว้) ให้เป็นประดุจมีท้อง
ด้วยวิธีสมาธิอันงาม คือ ความสงบระงับพระหฤทัย 
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น
|- valign="top"
|
สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง<br>
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง<br>
ปั{{ญ}}{{ญ}}าปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท<br>
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
|
๖. พระจอมมุนี ทรงรุ่งเรืองแล้วด้วยประทีป คือ ปัญญา ได้ชนะสัจจกนิครนถ์ 
(อ่านว่า สัจจะกะนิครนถ์, นิครนถ์ คือ นักบวชประเภทหนึ่งในสมัยพุทธกาล) 
ผู้มีอัชฌาสัยในที่จะสละเสียซึ่งความสัตย์ มุ่งยกถ้อยคำของตนให้สูงล้ำดุจยกธง เป็นผู้มืดมนยิ่งนัก
ด้วยเทศนาญาณวิธี คือ รู้อัชฌาสัยแล้ว ตรัสเทศนาให้มองเห็นความจริง
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น
|- valign="top"
|
นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง<br>
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต<br>
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท<br>
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ<br>
|
๗. พระจอมมุนีทรงโปรดให้พระโมคคัลลานะเถระพุทธชิโนรส 
นิรมิตกายเป็นนาคราชไปทรมานพญานาคราช ชื่อ นันโทปนันทะ ผู้มีความหลงผิดมีฤทธิ์มาก
ด้วยวิธีให้ฤทธิ์ที่เหนือกว่าแก่พระเถระ
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น
|- valign="top"
|
ทุคคาหะทิฏ{{ฐิ}}ภุชะเคนะ สุทัฏ{{ฐ}}ะหัตถัง<br>
พ๎รัห๎มัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง<br>
{{ญ}}าณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท<br>
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ<br>
|
๘. พระจอมมุนีได้ทรงชนะพรหมผู้มีนามว่าพกาพรหม ผู้มีฤทธิ์สำคัญตนว่าเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยคุณอันบริสุทธิ์ 
มีความเห็นผิดประดุจถูกงูรัดมือไว้อย่างแน่นแฟ้นแล้ว
ด้วยวิธีวางยาอันพิเศษ คือ เทศนาญาณ
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น
|- valign="top"
|
เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏ{{ฐ}}ะคาถา<br>
โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที<br>
หิต๎วานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ<br>
โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปั{{ญ}}โ{{ญ}} ฯ
|
นรชนใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน <br>
สวดก็ดี ระลึกก็ดี ซึ่งพระพุทธชัยมงคล ๘ บทนี้ทุก ๆ วัน<br>
นรชนนั้นจะพึงละเสียได้ ซึ่งอุปัทวันตรายทั้งหลายมีประการต่าง ๆ<br>
เป็นอเนกและถึงซึ่งวิโมกข์ (คือ ความหลุดพ้น) อันเป็นบรมสุขแล
|}

== [[ชยปริตร]] ==

{| width="700"
|- valign="top"
| width="40%" |
มหาการุณิโก นาโถ <br>
หิตายะ สัพพะปาณินัง<br>
ปูเรต๎วา ปาระมี สัพพา<br>
ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง<br>
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ<br>
โหตุ เต ชะยะมังคะลัง ฯ 
|
ผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย ประกอบแล้วด้วยพระมหากรุณา <br>
ยังบารมีทั้งหลายทั้งปวงให้เต็ม <br>
เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย <br>
ได้บรรลุสัมโพธิญาณอันอุดมแล้ว <br>
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ <br>
ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
|- valign="top"
|
ชะยันโต โพธิยา มูเล<br>
สัก๎ยานัง นันทิวัฑฒะโน<br>
เอวัง ต๎วัง วิชะโย โหหิ<br>
ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล<br>
อะปะราชิตะปัลลังเก<br>
สีเส ปะ{{ฐ}}ะวิโปกขะเร<br>
อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง<br>
อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ ฯ
|
ขอท่านจงมีชัยชนะ <br>
ดุจพระจอมมุนีที่ทรงชนะมาร<br>
ที่โคนโพธิพฤกษ์ <br>
ถึงความเป็นผู้เลิศในสรรพพุทธาภิเษก <br>
ทรงปราโมทย์อยู่บนอปราชิตบัลลังก์อันสูง <br>
เป็นจอมมหาปฐพี <br>
ทรงเพิ่มพูนความยินดีแก่ <br>
เหล่าประยูรญาติศากยวงศ์ฉะนั้นเทอญ
|- valign="top"
|
สุนักขัตตัง สุมังคะลัง<br>
สุปะภาตัง สุหุฏ{{ฐิ}}ตัง<br>
สุขะโณ สุมุหุตโต จะ<br>
สุยิฏ{{ฐั}}ง พ๎รัห๎มะจาริสุ<br>
ปะทักขิณัง กายะกัมมัง<br>
วาจากัมมัง ปะทักขิณัง<br>
ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง<br>
ปะณิธี เต ปะทักขิณา<br>
ปะทักขิณานิ กัต๎วานะ<br>
ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ ฯ
|
เวลาที่ “สัตว์” (หมายถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เช่น มนุษย์และสรรพสัตว์) <br>
ประพฤติชอบ ชื่อว่า ฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี <br>
และขณะดี ครู่ดี <br>
บูชาดีแล้ว ในพรหมจารีบุคคลทั้งหลาย <br>
กายกรรม เป็นประทักษิณ <br>
วจีกรรม เป็นประทักษิณ <br>
มโนกรรม เป็นประทักษิณ <br>
ความปรารถนาของท่านเป็นประทักษิณ <br>
สัตว์ทั้งหลายทำกรรม อันเป็นประทักษิณแล้ว <br>
ย่อมได้ประโยชน์ทั้งหลาย อันเป็นประทักษิณ*
|- valign="top"
|
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง<br>
รักขันตุ สัพพะเทวะตา<br>
สัพพะพุทธานุภาเวนะ<br>
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ<br>
|
ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน <br>
ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน<br>
ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า <br>
ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
|- valign="top"
|
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง<br>
รักขันตุ สัพพะเทวะตา<br>
สัพพะธัมมานุภาเวนะ<br>
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ<br>
|
ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน <br>
ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน<br>
ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม <br>
ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
|- valign="top"
|
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง<br>
รักขันตุ สัพพะเทวะตา<br>
สัพพะสังฆานุภาเวนะ<br>
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ<br>
|
ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน <br>
ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน<br>
ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ <br>
ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
|}
* หากสวดให้ตัวเอง ให้เปลี่ยน เม เป็น เต ทุกแห่ง
* หมายเหตุ : ประทักษิณ หมายถึง การกระทำความดีด้วย ความเคารพ โดยใช้มือขวาหรือแขนด้านขวา หรือที่หลายท่าน เรียกว่า “ส่วนเบื้องขวา” ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่มีมาช้านานแล้ว ซึ่งพวกพราหมณ์ถือว่า การประทักษิณ คือ การเดินเวียนขวารอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบุคคลที่ตนเคารพนั้น เป็นการให้เกียรติ และเป็นการแสดงความเคารพสูงสุด เป็นมงคลสูงสุด เพราะฉะนั้นบาลีที่แสดงไว้ว่า กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ความปรารถนาและการที่กระทำกรรมทั้งหลาย เป็นประทักษิณ อันเป็นส่วนเบื้องขวาหรือเวียนขวานั้น จึงหมายถึงการทำการพูดการคิดที่เป็นมงคล และผลที่ได้รับก็เป็นประทักษิณ อันเป็นส่วนเบื้องขวาหรือเวียนขวา ก็หมายถึงได้รับผลที่เป็นมงคลอันสูงสุดนั่นแลฯ

== พุทธคุณเท่าอายุเกิน ๑ (อิติปิโสเท่าอายุ+๑) ==
หลังจากสวดมนต์ตั้งแต่ต้นจนจบบทพาหุงมาหากาฯ แล้วก็ให้สวดเฉพาะบทพระพุทธคุณ หรืออิติปิโส ให้ได้จำนวนจบเท่ากับอายุของตนเอง แล้วสวดเพิ่มไปอีกหนึ่งจบ ตัวอย่างเช่น ถ้าอายุ ๓๕ ปี ต้องสวด ๓๖ จบ จากนั้นจึงค่อยแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล

: อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
: วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
: อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
: สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ

== [[บทแผ่เมตตา]] ==
{| width="700"
|- valign="top"
| width="40%" |
สัพเพ สัตตา 
|
สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
|- valign="top"
|
อะเวรา โหนตุ
|
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กัน และกันเลย
|- valign="top"
|
อัพยาปัชฌา โหนตุ
|
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
|- valign="top"
|
อะนีฆา โหนตุ
|
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย
|- valign="top"
|
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
|
จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ
|}

== บทอุทิศส่วนกุศล (บทกรวดน้ำ) ==
{| width="700"
|- valign="top"
| width="40%" |
อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ <br />
สุขิตา โหนตุ มาตา ปิตะโร
|
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า <br />
ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า จงมีความสุข
|- valign="top"
|
อิทัง เม {{ญ}}าตีนัง โหตุ <br />
สุขิตา โหนตุ {{ญ}}าตะโย
|
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า <br />
ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข
|- valign="top"
|
อิทัง เม คุรูปัชฌายาจะริยานังโหตุ <br />
สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจะริยา
|
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า <br />
ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า จงมีความสุข
|- valign="top"
|
อิทัง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ <br />
สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา
|
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง <br />
ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข
|- valign="top"
|
อิทัง สัพพะ เปตานัง โหตุ <br />
สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
|
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง <br />
ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข
|- valign="top"
|
อิทัง สัพพะ เวรีนัง โหตุ <br />
สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี
|
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง <br />
ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข
|- valign="top"
|
อิทัง สัพพะ สัตตานัง โหตุ <br />
สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
|
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง <br />
ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข
|}

== ที่มา ==
* [http://jarun.org/v6/th/dhamma-pray.html#9 เว็บไซต์พระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ {{ฐิ}}ตธมฺโม) วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี]

== คำประกาศสิทธิจากเว็บไซต์วัดอัมพวัน ==
Copyright © 2006-2007 jarun.org All Rights Reserved Version 6.0

ตามเจตนารมณ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เนื้อหาทุกส่วนในเว็บไซต์นี้ (http://jarun.org/) ท่านสามารถนำไปเผยแผ่ หรือเก็บไว้ใช้ส่วนตัวได้โดยมิต้องขออนุญาต ยกเว้นนำไปใช้เพื่อการพาณิชย์หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจาก[http://jarun.org/v6/th/contact-webmaster.html#2 คณะที่ปรึกษา]เสียก่อน 

[[หมวดหมู่:บทสวดมนต์]]