Revision 51057 of "ซูเราะหฺอัลอันกะบูต" on thwikisource

'''29. ซูเราะหฺอัลอันกะบูต (แมงมุม)'''

<div style="border:3px solid #fc0;padding:.5em 1em 1em 1em; background-color:#fff;color:000">

'''ด้วยพระนามแห่งอัลลอหฺ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง พระผู้ทรงปรานียิ่ง''' 

{29:1} อะลิฟ ลาม มีม

{29:2} มนุษย์คิดว่าพวกเขาจะถูกปล่อยไป เพียงแต่พวกเขากล่าวว่า "เรามีศรัทธา" โดยพวกเขาจะไม่ตัองถูกทดสอบลองใจกระนั้นหรือ?

{29:3} และโดยแน่นอน เราได้ลองใจบรรดาชนก่อนหน้าพวกเขาแล้ว ดังนั้นอัลลอหฺจึงทรงรู้แจ้งถึงบรรดาผู้สัตย์จริง และทรงรู้แจ้งถึงบรรดาผู้กล่าวเท็จ

{29:4} บรรดาผู้กระทำความชั่วคิดว่า พวกเขาจะรอดพ้นไปจากเรากระนั้นหรือ? ช่างชั่วช้ายิ่งนัก สิ่งที่พวกเขาตัดสินกัน

{29:5} ผู้ใดหวังที่จะพบอัลลอหฺ วาระกําหนดของอัลลอหฺก็จะมาอย่างแน่นอน และพระองค์คือพระผู้ทรงได้ยิน พระผู้ทรงรอบรู้

{29:6} และผู้ใดต่อสู้ อันที่จริงเขาก็ต่อสู้เพื่อตัวของเขาเอง แท้จริงอัลลอหฺนั้นทรงมั่งมีเป็นอิสระจากเหล่าประชาชาติทั้งมวล

{29:7} และบรรดาผู้มีศรัทธาและกระทำความดีทั้งกลายนั้น เราก็จะลบล้างมวลความชั่วของพวกเขาออกจากพวกเขา และเราจะตอบแทนพวกเขา ต่อสิ่งที่ดียิ่ง ที่พวกเขาได้กระทำไว้

{29:8} และเราได้สั่งเสียมนุษย์ให้ทำดีต่อบิดามารดาของตน และถ้าทั้งสองบังคับเธอเพื่อให้ตั้งภาคีกับฉันในสิ่งที่เธอไม่มีความรู้ เธอก็อย่าปฏิบัติตามเขาทั้งสอง ยังฉันคือการกลับของพวกเธอ ดังนั้นฉันจะแจ้งแก่พวกเธอในสิ่งที่พวกเธอได้กระทำไว้

{29:9} และบรรดาผู้มีศรัทธา และกระทำความดีนั้น แน่นอนเราจะให้พวกเขาเข้าอยู่ในหมู่คนดี

{29:10} และในหมู่มนุษย์นั้นมีผู้กล่าวว่า "เรามีศรัทธาต่ออัลลอหฺ" ครั้นเมื่อเขาประสบกับความทุกข์ยากในทางของอัลลอหฺ เขาก็ถือเอาการจองร้ายของมนุษย์ประหนึ่งการลงโทษของอัลลอหฺ และเมื่อการช่วยเหลือจากพระเจ้าของเธอมาถึงพวกเขาก็จะกล่าวว่า "แท้จริงเราเคยอยู่ร่วมกับพวกท่าน" และไม่ใช่อัลลอหฺทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่มีอยู่ในหัวอกของประชาชาติทั้งมวลดอกหรือ?

{29:11} และแน่นอน อัลลอหฺทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้มีศรัทธา และแน่นอนพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงพวกสับปลับ

{29:12} และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กล่าวแก่บรรดาผู้มีศรัทธาว่า "จงปฏิบัติตามแนวทางของเรา แล้วเราจะแบกรับความผิดของพวกท่าน" อันที่จริง พวกเขาไม่ได้
แบกรับความผิดของเขาเหล่านั้นแต่อย่างใด แท้จริงพวกเขาเป็นผู้กล่าวเท็จดอก

{29:13} อันที่จริงพวกเขาจะแบกรับภาระของตน และภาระอื่น ๆ ร่วมกับภาระของตน และพวกเขาก็จะถูกสอบสวนในวันฟื้นคืนชีพในสิ่งที่พวกเขาได้กุขึ้น

{29:14} และโดยแน่นอนเราได้ส่งนูฮฺไปยังหมู่ชนของเขา และเขาได้อยู่ร่วมกับพวกเขาหนึ่งพันปีเว้นห้าสิบปี

{29:15} ดังนั้นเราได้ช่วยเขาและพวกพ้องในเรือให้รอดพ้น และเราได้ทำให้มันเป็นอภินิหารสัญญาณหนึ่งแก่ประชาชาติทั้งมวล

{29:16} และอิบรอฮีม เมื่อเขากล่าวแก่หมู่ชนของเขาว่า "จงเคารพสักการะต่ออัลลอหฺและจงยำเกรงต่อพระองค์ นั่นแหละเป็นสิ่งประเสริฐยิ่งสำหรับพวกท่าน หากพวกเธอเข้าใจ"

{29:17} "แท้จริงพวกเธอสักการะบูชารูปปั้นอื่นจากอัลลอหฺและพวกเธอกุการมุสาขึ้น แท้จริงบรรดาที่พวกเธอสักการะบูชาอื่นจากอัลลอหฺนั้น มันไม่มีอํานาจที่จะให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเธอ ดังนั้นจงขอปัจจัยยังชีพจากอัลลอหฺเถิด และจงเคารพสักการะพระองค์ และจงขอบพระคุณต่อพระองค์ ยังพระองค์เท่านั้นพวกเธอจะถูกนำกลับคืน"

{29:18} "และหากพวกเธอปฏิเสธ แน่นอนประชาชาติทั้งหลายก่อนพวกเธอก็ได้ปฏิเสธมาแล้ว หน้าที่ของศาสนทูตนั้นไม่ใช่อันใดอื่น นอกจากการเผยแพร่อันชัดแจ้ง"

{29:19} และพวกเขาไม่เห็นดอกหรือว่า อัลลอหฺทรงเริ่มการบังเกิดอย่างใด แล้วทรงให้เขากลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก แท้จริง สิ่งนั้นง่ายนักสำหรับอัลลอหฺ

{29:20} จงกล่าวเถิด "จงท่องเที่ยวไปตามแผ่นดิน แล้วพิจารณาดูว่า พระองค์ทรงให้บังเกิดอย่างใด แล้วอัลลอหฺทรงทรงให้การบังเกิดครั้งสุดท้ายบังเกิดขึ้น แท้จริงอัลลอหฺนั้นเป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง"

{29:21} "พระองค์ทรงลงโทษผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และทรงเมตตาผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และยังพระองค์เท่านั้นพวกท่านจะถูกนำกลับคืน"

{29:22} "และพวกเธอไม่สามารถจะรอดพ้นไปได้ทั้งในแผ่นดินและในฟากฟ้า และพวกเธอไม่มีผู้คุ้มครอง และไม่มีผู้ช่วยเหลืออื่นจากอัลลอหฺ"

{29:23} อันบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาโองการทั้งหลายของอัลลอหฺ และการพบพระองค์ ชนเหล่านั้นท้อแท้ต่อความเมตตาของฉัน และชนเหล่านั้นจะได้รับการลงโทษอันเจ็บปวด

{29:24} คำตอบของหมู่ชนของเขาก็ไม่ใช่อื่นใด นอกจากกล่าวว่า "จงฆ่าเขาหรือเผาเขาเสีย" แต่อัลลอหฺได้ทรงช่วยเขาให้พ้นจากไฟ แท้จริงในการนี้ ย่อมเป็นนานาสัญญาณสำหรับหมู่ชนผู้มีศรัทธา

{29:25} และเขากล่าวว่า "พวกเธอได้ยึดเอารูปปั้นต่าง ๆ อื่นจากอัลลอหฺเป็นสื่อสัมพันธ์ความสนิทระหว่างพวกเธอในชีวิตแห่งโลกนี้ แล้วในวันฟื้นคืนชีพบางคนในหมู่พวกเธอก็จะปฏิเสธอีกบางคน และบางคนในหมู่พวกเธอก็จะสาปแช่งอีกบางคน และที่พำนักของพวกเธอคือเพลิงนรก และพวกเธอจะไม่มีผู้ช่วยเหลือ"

{29:26} ดังนั้นลูฏได้มีศรัทธาต่อเขา และเขากล่าวว่า "ฉันจะอพยพไปหาพระเจ้าของฉัน แท้จริง พระองค์คือพระผู้ทรงอํานาจ พระผู้ทรงปรีชาญาณ

{29:27} และเราได้ให้อิสฮาก และยะอฺกูบแก่เขา และเราได้ให้การเป็นนบี และคัมภีร์แก่วงศ์ตระกูลของเขา และแก่เขา เราได้ประทานรางวัลของเขาในโลกนี้ และแท้จริงในปรโลกเขาจะอยู่ในหมู่คนดี

{29:28} และลูฏ เมื่อเขากล่าวแก่หมู่ชนของเขาว่า "พวกเธอได้กระทำการลามกซึ่งไม่มีผู้ใดในหมู่ประชาชาติกระทำมาก่อนพวกเธอเลย"

{29:29} แท้จริงพวกเธอสมสู่พวกผู้ชาย และปล้นสะดมบนทางหลวงกระนั้นหรือ? และกระทำความชั่วในสโมสรของพวกเธอ แต่คําตอบของหมู่ชนของเขาไม่ใช่อื่นใด นอกจากกล่าวว่า "จงนำการลงโทษของอัลลอหฺมาให้แก่พวกเราเถิด หากท่านอยู่ในหมู่ผู้สัตย์จริง"

{29:30} เขากล่าวว่า "พระเจ้าของข้าฯ! โปรดช่วยข้าฯให้อยู่เหนือหมู่ชนผู้บ่อนทำลาย"

{29:31} และครั้นเมื่อทูตของเราได้มาหาอิบรอฮีมพร้อมด้วยข่าวดี พวกเขากล่าวว่า "แท้จริงเราเป็นผู้ทำลายเมืองนี้ เพราะว่าชาวเมืองนี้เป็นผู้อธรรม"

{29:32} เขากล่าวว่า "แท้จริงในเมืองนั้นมีลูฏอยู่ด้วย" พวกเขากล่าวว่า "เรารู้ดีว่ามีผู้ใดอยู่ในนั้น แน่นอนเราจะช่วยเขาและบริวารของเขาให้รอดพ้น เว้นแต่ภริยาของเขา เพราะนางอยู่ในหมู่ผู้ถูกทำลาย"

{29:33} และเมื่อทูตของเราได้มาหาลูฏ เขาเป็นทุกข์เพราะพวกเขา และคับอกที่ไม่อาจจะให้ความคุ้มครอง ดังนั้นพวกเขาจึงกล่าวว่า "อย่ากลัวและอย่าเศร้าโศก แท้จริงเราเป็นผู้ช่วยเหลือท่านและบริวารของท่าน เว้นแต่ภริยาของท่าน เพราะนางอยู่ในหมู่ผู้ถูกทำลาย"

{29:34} "แท้จริงเราเป็นผู้นำการลงโทษจากฟากฟ้าสู่ชาวเมืองนี้ เนื่องจากพวกเขาฝ่าฝืน"

{29:35} และโดยแน่นอน เราได้ทิ้งสัญญาณอันชัดแจ้งของเมืองนี้ไว้สำหรับหมู่ชนผู้มีปัญญาพิจารณา

{29:36} และสู่มัดยัน (เราได้ส่ง) พี่น้องของพวกเขาคือชุอัยบฺ เขากล่าวขึ้นว่า "ดูกร หมู่ชนของฉัน! จงเคารพสักการะอัลลอหฺเถิด และจงกลัววันสุดท้าย และอย่ามุ่งทำความเสียหาย เป็นผู้บ่อนทำลายในแผ่นดิน!"

{29:37} แต่พวกเขาได้ปฏิเสธเขา ดังนั้นแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงได้คร่าพวกเขา แล้วพวกเขาได้ประสบความหายนะนอนพังพาบตายในบ้านของพวกตน

{29:38} และอาดและษะมูด และได้เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเธอแล้ว จากที่พำนักของพวกเขา และชัยฏอนได้ประดับการงานของพวกเขาให้พวกเขาเห็นดีเห็นงาม แล้วมันได้ผลักพวกเขาให้หันเหออกจากแนวทาง ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเป็นผู้มีสติปัญญาพิจารณา

{29:39} และ (เราได้ทำลาย) กอรูนและฟิรเอานฺและฮามาน และโดยแน่นอนมูซาได้มายังพวกเขาพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้ง แต่พวกเขาหยิ่งผยองในแผ่นดิน และพวกเขาก็ไม่ได้รอดพ้นไปจากเรา

{29:40} และแต่ละคนเราได้ลงโทษด้วยความผิดของเขา พวกเขาบางคน เราได้ส่งพายุร้ายทำลายเขา และพวกเขาบางคน เราได้ลงโทษเขาด้วยเสียงกัมปนาท และพวกเขาบางคน เราได้ให้แผ่นดินสูบเขา และพวกเขาบางคน เราได้ให้เขาจมน้ำตาย และอัลลอหฺไม่ได้ทรงอธรรมแก่พวกเขา แต่พวกเขาต่างหากที่อธรรมต่อตนเอง

{29:41} อุปมาบรรดาผู้ที่ยึดเอาอื่นจากอัลลอหฺเป็นผู้คุ้มครอง อุปไมยดั่งแมงมุมที่ชักใยทำรัง และแท้จริงรังที่บอบบางที่สุดก็คือรังของแมงมุม หากพวกเขารู้

{29:42} แท้จริงอัลลอหฺทรงรอบรู้สิ่งใด ๆ ที่พวกเขาวิงวอนขออื่นจากพระองค์ และพระองค์คือพระผู้ทรงอำนาจ พระผู้ทรงปรีชาญาณ

{29:43} และเหล่านี้คืออุปมาทั้งหลายที่เราได้เปรียบเทียบมัน สำหรับปวงมนุษย์ แต่ไม่มีผู้ใดตระหนักมันดอกนอกจากผู้รู้

{29:44} อัลลอหฺทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินด้วยความสัจจะ แท้จริงในการนี้แน่นอนย่อมเป็นสัญญาณแก่บรรดาผู้มีศรัทธา

{29:45} เธอจงอ่านสิ่งที่ถูกเปิดเผยสำแดงแก่เธอจากคัมภีร์ และจงดำรงการนมาซ แท้จริงการนมาซนั้นจะยับยั้งการทำลามกและความชั่ว และการรำลึกถึงอัลลอหฺนั้นใหญ่ยิ่ง และอัลลอหฺทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเธอกระทำ

{29:46} และพวกเธออย่าโต้เถียงกับชาวคัมภีร์เว้นแต่ด้วยวิธีที่ดีกว่า นอกจากบรรดาผู้อธรรมในหมู่พวกเขา และพวกเธอจงกล่าวว่า "เรามีศรัทธาในสิ่งที่ถูกประทานแก่เราและสิ่งที่ได้ถูกประทานแก่พวกเธอ และพระเจ้าของเราและพระเจ้าของพวกเธอนั้นองค์เดียวกัน และเราเป็นผู้สวามิภักดิ์ต่อพระองค์"

{29:47} และเช่นนั้นแหละ เราได้ประทานคัมภีร์แก่เธอ ดังนั้นบรรดาผู้ที่เราได้ประทานคัมภีร์แก่พวกเขา พวกเขาก็ศรัทธาต่อมัน (อัลกุรอาน) และในหมู่เขาเหล่านั้นมีผู้มีศรัทธาต่อมัน และไม่มีผู้ใดปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรา นอกจากผู้ปฏิเสธศรัทธา

{29:48} และก่อนหน้านั้นเธอไม่ได้อ่านคัมภีร์ใด ๆ และเธอไม่ได้เขียนมันด้วยมือขวาของเธอ มิฉะนั้นแล้วพวกกล่าวความเท็จก็จะสงสัยอย่างแน่นอน

{29:49} ไม่ใช่เช่นนั้นดอก มันคือโองการทั้งหลายอันแจ้งชัดอยู่ในหัวอกของบรรดาผู้ได้รับความรู้ และไม่มีผู้ใดปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรานอกจากพวกอธรรม

{29:50} และพวกเขากล่าวว่า "เหตุใดบรรดาอภินิหารสัญญาณจากพระเจ้าของเขาจึงไม่ถูกประทานมายังเขา" จงกล่าวเถิด "แท้จริงสัญญาณเหล่านั้นอยู่ที่อัลลอหฺ และฉันเป็นผู้ตักเตือนอันกระจ่างแจ้งเท่านั้น"

{29:51} ไม่เพียงพอแก่พวกเขาดอกหรือ? ที่เราได้ประทานคัมภีร์ให้แก่เธอซึ่งได้ถูกอ่านให้แก่พวกเขาฟัง แท้จริงในการนั้นแน่นอนย่อมเป็นความเมตตาและเป็นการตักเตือนแก่หมู่ชนผู้มีศรัทธา

{29:52} จงกล่าวเถิด "พอเพียงแล้วที่ อัลลอหฺทรงเป็นพยานระหว่างฉันและพวกเธอ พระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน" และบรรดาผู้เชื่อในความเท็จและปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอหฺ ชนเหล่านั้นแหละ พวกเขาเป็นผู้สูญเสีย

{29:53} และพวกเขาเร่งเร้าเธอในเรื่องการลงโทษ และมาตรว่าไม่ได้มีวาระถูกกำหนดไว้แล้ว การลงโทษก็จะเกิดขึ้นแก่พวกเขาอย่างแน่นอน และมันจะเกิดขึ้นแก่พวกเขาโดยฉับพลัน โดยที่พวกเขาไม่รู้สึกตัว

{29:54} พวกเขาเร่งเร้าเธอในเรื่องการลงโทษ อันที่จริงนรกญะหันนัมนั้นเป็นที่สกัดล้อมพวกปฏิเสธศรัทธาไว้อย่างแน่นอน

{29:55} วันซึ่งการลงโทษจะครอบคลุมพวกเขาจากข้างบนพวกเขาและจากใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา และพระองค์จะตรัสว่า "พวกเธอจงลิ้มรสสิ่งที่พวกเธอได้ก่อกรรมกระทำไว้"

{29:56} ดูกร ปวงบ่วงของฉันที่มีศรัทธา! แท้จริงแผ่นดินของฉันนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ดังนั้นเฉพาะฉันเท่านั้นพวกเธอจงเคารพสักการะ

{29:57} ทุกชีวิตเป็นผู้ลิ้มรสความตาย แล้วพวกเธอจะถูกนำกลับคืนยังเรา

{29:58} และบรรดาผู้มีศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลาย แน่นอนเราจะให้พวกเขาพำนักอยู่ในวิมานแห่งสวนสวรรค์ ณ เบื้องล่างมันมีแม่น้ำลำธารไหลผ่าน พวกเขาเป็นอมตะอยู่ในนั้น รางวัลของผู้กระทำความดีช่างประเสริฐยิ่งนัก

{29:59} บรรดาผู้อดทนขันติและพวกเขามอบหมายต่อพระเจ้าของพวกตน

{29:60} และสัตว์ตั้งกี่ชนิดที่ม้นไม่ได้แบกเครื่องยังชีพของพวกมัน อัลลอหฺทรงประทานเครื่องยังชีพแก่พวกมัน และแก่พวกเธอและพระองค์ คือพระผู้ทรงได้ยิน พระผู้ทรงรอบรู้

{29:61} และถ้าเธอถามพวกเขา "ผู้ใดเป็นผู้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดิน และเป็นผู้ทำให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นประโยชน์" แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า "อัลลอหฺ" แล้วเหตุใดเล่าพวกเขาจึงหันเหออกไปทางอื่นเล่า?

{29:62} อัลลอหฺทรงเผื่อแผ่เครื่องยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ และทรงจำกัดมัน แท้จริงอัลลอหฺคือพระผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง

{29:63} และถ้าเธอถามพวกเขาว่า "ผู้ใดเล่าทรงหลั่งน้ำลงมาจากฟ้า แล้วทรงให้แผ่นดินมีชีวิตหลังจากความแห้งแล้งของมัน" แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า "อัลลอหฺ" จงกล่าวเถิด "บรรดาการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอหฺ" ทว่าพวกเขาส่วนมากไม่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญ

{29:64} และการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ไม่ใช่อื่นใด เว้นแต่เป็นการละเล่นและการสนุกสนานร่าเริง และแท้จริงสถานที่ในปรโลกนั้น นั่นแหละคือชีวิตที่แท้จริง หากพวกเขาได้รู้

{29:65} ดังนั้นเมื่อพวกเขาลงเรือ พวกเขาวิงวอนต่ออัลลอหฺ เป็นผู้บริสุทธิ์ใจในการขอพรต่อพระองค์ ครั้นเมื่อพระองค์ทรงช่วยพวกเขาให้ขึ้นบกแล้ว พวกเขาก็ตั้งภาคีต่อพระองค์

{29:66} เพื่อพวกเขาจะเนรคุณต่อสิ่งที่เราได้ประทานแก่พวกเขา และเพื่อพวกเขาจะได้หลงระเริง แล้วพวกเขาก็จะได้รู้

{29:67} พวกเขาไม่เห็นดอกหรือว่า เราได้ทำเขตหวงห้ามให้เป็นที่ปลอดภัย ขณะที่ผู้คนรอบข้างพวกเขาถูกฆ่าถูกลักพาตัวไป แล้วพวกเขายังจะศรัทธาต่อความเท็จ และพวกเขายังจะเนรคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอหฺอีกหรือ?

{29:68} และผู้ใดเล่าจะอธรรมยิ่งกว่าผู้กุความเท็จให้แก่อัลลอหฺ หรือปฏิเสธสัจธรรมเมื่อมันได้มายังเขา ที่พำนักในนรกญะหันนัม ไม่ใช่สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาดอกหรือ?

{29:69} และบรรดาผู้ต่อสู้ดิ้นรนในทางของเรา แน่นอนเราจะชี้แนะพวกเขาสู่หนทางของเรา และแท้จริงอัลลอหฺทรงอยู่ร่วมกับผู้กระทำความดีทั้งหลาย

</div>

[[อัลกุรอาน (สำนวนแปลอะบูอิสรอฟีล)|กลับไปที่สารบัญ]]
[[หมวดหมู่:ดัชนีรายชื่อ]]