Difference between revisions 49318 and 49319 on thwikisource

::::::::::::::[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๙ กังขาวิตรณวิสุทธินิเทศ|<<]]



(หน้าที่  254)



(contracted; show full)
:'''๒.    ในอดีตกาล    ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นมาแล้วหรือหนอ ?'''

:'''๓.    ในอดีตกาล    ข้าพเจ้าได้เป็นอะไรมาแล้วหนอ ?'''




<sup>๑</sup> ม. มู.๑๒/๒๒๖, สํ.สฬา. ๑๘/๓๙.


(หน้าที่  256)




:'''๔.    ในอดีตกาล    ข้าพเจ้าได้เป็นอย่างไรมาแล้วหนอ ?'''
(contracted; show full)

'''(กำหนดรู้ปัจจัยของนามและรูปอีกวิธีหนึ่ง)'''

:พระภิกษุอีกรูปหนึ่งเห็นปัจจัย ๒  อย่างของนาม  โดยทางสาธารณปัจจัยและอสาธารณปัจจัย  เห็นปัจจัย ๔  อย่างของรูป  โดยทางเหตุมีกรรมเป็นต้นว่า  “ความจริง  ปัจจัยของนามมี ๒  อย่าง  คือ  สาธารณะ ๑  และอสาธารณะ ๑  ใน ๒  อย่างนั้น  ทวาร ๖  มีจักษุเป็นต้น  (และ)อารมณ์ ๖  มีรูปเป็นต้น  เป็นสาธารณปัจจัยของนาม  เพราะเป็นไปแก่นามแม้ทุกประการ  ตามความแตกต่างมีนามที่เป็นกุศลเป็นต้น  ส่วนธรรม  (อื่น)  มีมนสิการ (คือความใส่ใจ)



<sup>๑</sup> ม. มู.๑๒/๑๔


(หน้าที่  257)




เป็นต้น  เป็นอสาธารณปัจจัย  เพราะธรรมมีโยนิโสมนสิการและการฟังธรรมเป็นต้น  เป็นปัจจัยของนามเฉพาะที่เป็นกุศลเท่านั้น  ธรรมตรงกันข้ามเป็นปัจจัยของนามอกุศล  แต่กรรมเป็นต้นเป็นปัจจัยของนามที่เป็นวิบาก  และภวังค์เป็นต้นเป็นปัจจัยของนามที่เป็นกิริยา”  “ส่วนกรรม  จิต  ฤดู  อาหาร  ๔  อย่าง  ซึ่งมีกรรมเป็นต้นนี้เป็นปัจจัยของรูป  ใน ๔  อย่างนั้น  กรรมเฉพาะที่เป็นอดีตเท่านั้นเป็นปัจจัยของรูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐาน  จิตเมื่อเกิดขึ้นเป็นปัจจัยของรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน  ส่วนฤดูและอาหารเป็นปัจจัยของรูปที(contracted; show full)
::::::::::::::[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๙ กังขาวิตรณวิสุทธินิเทศ หน้าที่  ๒๖๑  - ๒๖๗|>>]]

==ดูเพิ่ม==

**[[วิสุทธิมรรค]] (หน้าหลัก)

**[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๙ กังขาวิตรณวิสุทธินิเทศ|ปริเฉทที่ ๑๙ กังขาวิตรณวิสุทธินิเทศ]]