Difference between revisions 49343 and 49632 on thwikisource

::::::::::::::[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๙ กังขาวิตรณวิสุทธินิเทศ|<<]]




(หน้าที่  261)



แปลความว่า

:'''เพราะกรรม  วิบากทั้งหลายจึงเป็นไป  วิบากเกิดจาก'''

:'''กรรม  ภพใหม่ก็มีเพราะกรรม  โลกหมุนเวียนอยู่อย่างนี้'''



เมื่อภิกษุนั้นเห็นอยู่เสมอเนือง ๆ  อย่างนี้ก็ละความสงสัยหมดทั้ง ๑๖  ประการซึ่งท่านปรารภที่สุดเบื้องต้น  (อดีตกาล)  เป็นต้น  แล้วกล่าวไว้โดยนัยมีอาทิว่า  “ข้าพเจ้าได้เป็นมาแล้วหรือหนอ ?  ในภพ  (๓)  โยนิ  (๔)  คติ  (๕)  ฐิติ  (๗)  และนิวาส  (๙)  ทั่วทั้งหมด  ก็ปรากฏอยู่แต่เพียงนามและรูปซึ่งเป็นไปอยู่ด้วยความสัมพันธ์ของเหตุและผลเท่านั้น  นอกเหนือไปจากเหตุพระภิกษุนั้นมิได้เห็นการก  (ผู้สร้าง)   นอกเหนือจากความเป็นไปของผล  ก็มิได้เห็นผู้เสวยผลจึงเป็นอันว่า  พระภิกษุนั้นเห็นดีแล้วด้วยปัญญาโดยชอบว่า  เมื่อมีเหตุ  บัณฑิตทั้งหลายก็พากันกล่าวด้วยคำเพียงหมายรู้มันว่า  “มีผู้สร้าง”  เมื่อมีความเป็นไปของวิบาก  ก็กล่าวว่า  “มีผู้เสวย”  ดังนี้เท่านั้น  เพราะฉะนั้นท่านผู้รู้แต่โบราณทั้งหลายจึงกล่าวไว้ว่า 



:'''กมฺมสฺส  การโก  นตฺถิ    วิปากสฺส  จ  เวทโก

:'''

:'''สุทฺธธมฺมา  ปวตฺตนฺติ    เอเวตํ  สมฺมทสฺสนํ.'''



แปลความว่า

:'''ผู้สร้างกรรมไม่มี  และผู้เสวยผล  (ของกรรม)  ก็ไม่มี'''

(contracted; show full)
:'''กรรมนั้นว่างเปล่าจากผล  ผลก็มิได้มีอยู่ในกรรม  แต่'''

:'''เพราะอาศัยกรรมแล  ผลจึงเกิดขึ้นจากกรรมนั้น'''



:
'''น  เหตถ  เทโว  พรหมมา    วา  สํสารสสตถิ  การโก

:'''

:'''สุทธธมมา  ปวตตนติ    เหตุสมภารปจจยา.'''



แปลความว่า

:ความจริง  ในโลกนี้  ไม่มีเทพเจ้า  หรือพระพรหม

(contracted; show full)::::::::::::::[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๒๐ มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธินิเทศ หน้าที่  ๒๖๘  - ๒๗๕|>>]]


==ดูเพิ่ม==

**[[วิสุทธิมรรค]] (หน้าหลัก)

**[[วิสุทธิมรรค เล่ม ๓ ภาคปัญญา ปริเฉทที่ ๑๙ กังขาวิตรณวิสุทธินิเทศ|ปริเฉทที่ ๑๙ กังขาวิตรณวิสุทธินิเทศ]]