Difference between revisions 50294 and 78589 on thwikisource

{{c|{{fs|140%|'''ภาค ๑'''}}}}


{{c|{{fs|120%|'''พระราชลัญจกรลางองค์'''}}}}


{{c|{{fs|120%|'''พระราชลัญจกรซึ่งคงใช้อยู่'''}}}}


{{r|8em}}


{{c|{{fs|120%|'''ก. พระราชลัญจกรที่เป็นของเก่า'''}}}}


{{r|8em}}



พระราชลัญจกรสำหรับสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินที่เป็นของเก่าและยังคงใช้ประทับในราชการต่าง ๆ อยู่ มีองค์ที่สำคัญ คือ

๑.	{{g|0.5em}} พระราชลัญจกรมหาโองการ

๒.	{{g|0.5em}} พระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์{{ref label|reference_name_ง|ง|ง}}

๓.	{{g|0.5em}} พระราชลัญจกรหงสพิมาน

๔.	{{g|0.5em}} พระราชลัญจกรไอราพต

พระราชลัญจกรเก่าสำหรับแผ่นดินสี่ดวงนี้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศนานุวัดติวงศ์ ทรงสันนิฐานว่า "หมายเอาองค์เทวราช เดิมทีจะไม่กล้าทำองค์เทวรูป จึงทำแต่เครื่องหมาย คือ ‘มหาโองการ’ หมายองค์พระอิศวร เอาตาที่สามของพระองค์ซึ่งอยู่กลางหน้าผากมาใช้เป็นเครื่องหมาย ‘พระครุฑพ่าห์’ ตามความเชื่อควรมีแต่รูปครุฑเปล่า ที่ทำมีรูปนารายณ์ด้วยนั้น เห็นจะทำชั้นหลังที่คลายความนับถือเสียแล้ว ‘หงสพิมาน’ คงหมายพระพรหม ใช้รูปหงสพาหนะ และ ‘ไอราพต’ ที่มีรูปพระอินทร์ด้วย ก็อย่างเดียวกับพระครุฑพ่าห์"<ref>ลายพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ลงวันที่ ๒ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๙ กราบบังคมทูลเรื่องพระราชลัญจกร (ต่อไปจะย่อว่า "ลายพระหัตถ์")</ref>



<div id="๓"/></div>

{{center|'''๑. พระราชลัญจกรมหาโองการ'''}}


{{r|8em}}


(contracted; show full)า พระราชลัญจกรมหาโองการ แสดงว่า ตรามหาโองการที่สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๕ เป็นองค์กลาง ส่วนองค์ใหญ่ คือ องค์เดิมที่เลิกใช้มาแต่ในรัชกาลที่ ๔ พระราชลัญจกรมหาโองการลงทีก็เรียกว่า "มหาอุณาโลม" เพราะเปลี่ยนตาที่สามของพระอิศวรให้เป็นขนหว่างคิ้วของพระพุทธเจ้า (อุณาโลม) เป็นชื่อทีหลัง เรียกตามที่เปลี่ยน (พระราชลัญจกรมหาโองการองค์กลางยังใช้อยู่ กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้รักษา อนึ่ง เมื่อมีพระราชลัญจกรมหาโองการองค์ใหญ่และองค์กลาง ก็น่าจะมีองค์น้อยหรือองค์เล็กด้วย แต่ไม่ปรากฏมี)



<div id="๕"
/></div>

{{center|'''๒. พระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์'''}}


{{r|8em}}


(contracted; show full)

พระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์ได้เปลี่ยนแปลงรูปและการใช้มาโดยลำดับ เดิมมีลายเป็นพระนารายณ์ทรงครุฑ ใช้ประทับประกาศต่าง ๆ อยู่ทางเบื้องขวาของพระราชลัญจกรไอราพต แล้วเปลี่ยนลายให้เหลือแต่ครุฑ ไม่มีองค์พระนารายณ์ สำหรับใช้ประทับกำกับพระปรมาภิไธยแทนตราอาร์มแผ่นดินในรัชกาลที่ ๕ ส่วนที่ใช้ประทับประกาศต่าง ๆ อยู่ทางเบื้องขวาของพระราชลัญจกรไอราพต เปลี่ยนเป็นใช้พระราชลัญจกรหงสพิมานแทน มาในรัชกาลที่ ๖ ทรงใช้พระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์เป็นตราประจำรัชกาล แล้วเปลี่ยนมาใช้เป็นตราแผ่นดินตลอดมาจนบัดนี้



<div id="๙"
/></div>

{{center|'''๓. พระราชลัญจกรหงสพิมาน'''}}


{{r|8em}}


(contracted; show full)องการ น่าจะยกให้พระบรมราชาถือตรามหาโองการ โดยเหตุที่กษัตริย์วงศ์สุพรรณคงจะสืบเนื่องมาจากนครชัยศรีนั้นเองเป็นเมืองที่ตั้งก่อน คงได้เลือกเอาเทวราชองค์เอก คือ พระอิศวร ไว้ใช้เป็นตราเสียก่อน กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองตั้งทีหลัง จึงถือเอาเทวราชองค์ถัด คือ นารายณ์ ถ้าความคาดคะเนนี้ถูก ก็เหลือแต่หงสพิมานองค์เดียวต้องตกเป็นของพระธรรมราชา ครั้นต่อมา การปกครองแคบเข้า เกิดจากจลาจล ไว้ใจกันไม่ได้ จึงเลิกตั้งพระราชาครองเมืองภายนอก กวาดเอาตราเข้ามาไว้หมด จึงมารวมกันไว้มาก"</blockquote>



<div id="๙"
/></div>

{{center|'''๔. พระราชลัญจกรไอราพต'''}}


{{r|8em}}


(contracted; show full)
{{r|8em}}



พระราชลัญจกรองค์นี้ (ดู [[พระราชลัญจกรและตราประจำตัวประจำตำแหน่ง#รูป ๑๕|รูปที่ ๑๕]]) พบประทับกระดาษปลิว สอดไว้ในหนังสือสัญญาค้าขายกับต่างประเทศของเก่า เข้าใจว่า สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๒ หมายถึง พระยาเศวตกุญชร พระยาเศวตไอยรา พระยาเศวตคชลักษณ์ ซึ่งได้มาในรัชกาลนั้น (จ.ศ. ๑๑๗๙) ใช้เป็นตราประจำพระองค์

<noinclude>[[หมวดหมู่:พระราชลัญจกรและตราประจำตัวประจำตำแหน่ง]]</noinclude>