Difference between revisions 88327 and 94861 on thwikisource

{{วสธมฉปส head| }}
{{วสธมฉปส sidebar}}

=บทนำ=

:'''ปริเฉทที่  ๑๔'''

:'''ขันธนิเทศ'''
(contracted; show full)

:สังขารทั้งหลายแม้ที่เป็นอัพยากฤต  บัณฑิตพึงทราบโดยนัยที่กล่าวมาฉะนี้

:นี่เป็นกถามุขอย่างพิสดารในสังขารขันธ์ 

:นี่เป็นกถามุขอย่างพิสดารในขันธ์ทั้งหลายตามนัยแห่งภาชนีย์ในพระอภิธรรมเท่านี้ก่อน

==
=ขันธ์แบบสุตตันตภาชนีย์===

'''แจกขันธ์โดยกาลเป็นต้นตามนัยพระสูตร'''

:ก็แลขันธ์ทั้งหลาย  พระผู้มีพระภาคเจ้า  (ทรงจำแนก)  ให้พิสดารอย่างนี้ว่า  “รูปทุกอย่างทั้งที่เป็นอดีต  อนาคต  และปัจจุบัน  เป็นภายในหรือภายนอกก็ตาม  หยาบหรือละเอียดก็ตาม  เลวหรือประณีตก็ตาม  อยู่ในที่ไกลหรืออยู่ในที่ใกล้ก็ตาม  กลุ่มรูปนี้เรียกว่า  รูปขันธ์  เพราะรวบรวมรูป  (ที่แจงมา)  นั้นเข้าด้วยกัน  เวทนาทุกอย่างทั้งที่เป็นอดีต  อนาคต  และปัจจุบัน  ฯลฯ  กลุ่มเวทนานี้  เรียกว่า  เวทนาขันธ์  เพราะรวบรวมเวทนา  (contracted; show full)

<sub><small>''(หน้า  66)''</small></sub>

:นี่เป็นกถามุขอย่างพิสดาร  ในการจำแนกเวทนาขันธ์โดยส่วนต่าง ๆ  ที่เป็นอดีตเป็นต้น

:แม้กถามุขอย่างพิสดาร  ในการจำแนกสัญญาเป็นต้น  ที่สัมปยุตกับเวทนานั้น ๆ  ก็พึงทราบโดยนัยดังนี้แล

==
=นัยวินิจฉัยขันธ์ ๖  ประการ===

:ก็แล  ครั้นทราบอย่างนี้แล้ว

:'''เพื่อความแตกฉานแห่งความรู้ในขันธ์ทั้งหลายนั้นแหละ  ผู้มีปัญญาพึงทราบนัยสำหรับวินิจฉัย  โดยชอบคือ  โดยลำดับ  โดยความแปลกกัน  ด้วยไม่หย่อน ไม่ยิ่ง โดยอุปมา  โดยเป็นสิ่งพึงเห็นด้วยอาการทั้ง ๒  และโดยความสำเร็จเป็นประโยชน์แก่ผู้เห็น  อย่างนั้น  (ต่อไป)'''

====นัยโดยลำดับ====

:ในนัย ๖  ประการนั้น  ในข้อว่า  “โดยลำดับ”  นี้มีวินิจฉัยว่า  ลำดับมีมากอย่าง  คือลำดับแห่งความเกิดขึ้น  ลำดับแห่งการละ  ลำดับแห่งการปฏิบัติ  ลำดับแห่งภูมิ  ลำดับแห่งการแสดง  ในลำดับ ๕  อย่างนั้น  ลำดับเช่นว่า  รูป  (เกิด)  เป็นกลละก่อน  ต่อกลละไปเป็นอัพพุทะดังนี้  ชื่อว่า  '''ลำดับแห่งความเกิดขึ้น'''  ลำดับเช่นว่า  ธรรมทั้งหลายที่พึงละด้วยภาวนา  (คือสกคาทามิมรรค  อนาคามิมรรค  อรหัตตมรรค)  ดังนี้  ชื่อว่า  '''ลำดับการละ'''  ลำดับเช่นว่า  “สีลวิสุ(contracted; show full)ุเป็นต้นก่อน  เพื่อ  (ให้เวไนย)  ชนนั้น  (กำหนด)  จับเอาได้ง่าย  ต่อนั้นจึงทรงแสดงเวทนาอันเป็นส่วนความรู้สึก  ในรูปอันน่าปรารถนาและไม่น่าปรารถนา  ทรงแสดงสัญญาอันเป็นส่วนความยึด  (จำ)  อาการแห่งอารมณ์ของเวทนา  โดยนัยตามที่กล่าวว่า  รู้สึกสิ่งใด  ก็จำสิ่งนั้น  ดังนี้  ทรงแสดงสังขาร  อันเป็นส่วนความปรุงแต่ง  (นึกคิด)  ไปตามอำนาจแห่งสัญญา  ทรงแสดงวิญญาณอันเป็นที่อาศัยแห่งขันธ์ ๔  มีเวทนาเป็นต้นนั้น  และเป็นอธิบดีแห่งขันธ์ ๔  นั้นด้วย

:นัยสำหรับวินิจฉัยโดยลำดับ  พึงทราบโดยนัยดังกล่าวมาฉะนี้  เป็นประการแรก

===
=นัยโดยแปลกกัน====

:ข้อว่า  โดยแปลกกัน  คือโดยแปลกกันแห่งขันธ์ทั้งหลายและแห่งอุปาทานขันธ์ทั้งหลาย  ก็ความแปลกกันแห่งขันธ์และอุปาทานขันธ์ทั้งหลายเหล่านั้นคืออะไร ?  (คือ)  ในขันธ์และอุปาทานขันธ์ทั้งหลายทั้งสองนั้น  ก่อนอื่น  ขันธ์ทั้งหลายพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้โดยไม่มีอะไรแปลก (ส่วน)    อุปาทานขันธ์ตรัสไว้แปลก  โดยความเป็นขันธ์ที่เป็นไปกับอาสวะและเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน  ดังตรัสไว้ว่า  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เราจักแสดงขันธ์ ๕  (และ)  อุปาทานขันธ์ ๕ แก่ท่านทั้งหลาย  ท่านทั้งหลายจงฟังเรื่องขันธ์นั้น  ดูกรภิกษุทั้งหลายก็ขันธ์ ๕ เป(contracted; show full)

:ก็แล  เนื้อความในคำว่า  “อุปาทานขันธ์”  นี้  บัณฑิตพึงเห็นว่า  “ขันธ์ทั้งหลายเป็นที่โคจรแห่งอุปาทาน  ชื่อว่า  อุปาทานขันธ์”  ดังนี้เถิด

:แต่ในปกรณ์วิสุทธิมรรคนี้  หมายเอาทั้งขันธ์  (แท้)  ทั้งอุปาทานขันธ์  หมดนั้นรวมกันเข้าว่า  “ขันธ์”

===
=นัยโดยไม่หย่อนไม่ยิ่ง====

:ข้อว่า  “โดยไม่หย่อนไม่ยิ่ง”  มีวินิจฉัยว่า  ถามว่า  เพราะเหตุไร  พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสขันธ์แต่ ๕  เท่านั้นไม่หย่อนไม่ยิ่ง ?  แก้ว่า  เพราะทรงสงเคราะห์  (รวบรวม)  สังขตธรรมทั้งปวงเข้าด้วยกันตามที่เป็นสภาคกัน ๑  เพราะวัตถุแห่งความยึดถือว่าเป็นตน  เป็นของตนมีเพียงนั้น ๑  เพราะรวบเอาธรรมที่จัดเป็นขันธ์อื่น ๆ  ไว้ในนั้นได้ ๑

(contracted; show full)

:อนึ่งเล่า  ธรรมขันธ์ ๕  อื่นมีศีลเป็นต้นอันใด  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้  แม้ธรรมขันธ์ทั้งหลายนั้น  ก็ถึงซึ่งความรวบรวมเข้าในขันธ์  ๕  นี้แหละได้  เพราะธรรมขันธ์ทั้งหลายนั้น  นับเข้าในสังขารขันธ์  เพราะเหตุนั้น  พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสขันธ์แต่ ๕  เท่านั้น  เพราะรวบเอาธรรมที่จัดเป็นขันธ์อื่น ๆ ไว้ในนั้นได้ประการ ๑

:นัยสำหรับวินิจฉัย  โดยไม่หย่อนไม่ยิ่ง  พึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้

===
=นัยโดยอุปมา====

:ก็แลวินิจฉัยในข้อว่า  “โดยอุปมา”  นี้  บัณฑิตพึงทราบ  (ดังนี้)  ว่า  รูปูปาทานขันธ์  เปรียบเหมือนโงพยาบาล  เพราะเป็นที่อาศัย  อยู่แห่งวิญญาณูปาทานขันธ์เอาเปรียบเหมือนคนไข้  โดยเป็นวิถี  (พื้นฐาน)  เป็นทวารและอารมณ์  (แห่งวิญญาณนั้น)  เวทนูปาทานขันธ์  เปรียบเหมือนความไข้  เพราเป็นธรรมชาติอาพาธ  สัญญูปาทานขันธ์เปรียบเหมือนสมุฏฐานแห่งความไข้  เพราะเป็นแดนเกิดแห่งเวทนาที่ประกอบด้วยกิเลสมีราคะเป็นต้น  โดยเป็นสัญญา  (อกุศล)  มีกามสัญญาเป็นอาทิ  สังขารูปาทานขันธ์  เปรียบเหมือนการเสพของแสลง  เพราะเป็นเหตุแห่งความไข้  คือเวทนา  สมพระบาลี  “สังขารทั้งหลายย่อมปรุงแต่งเวทนาเพื่อ  (ให้คง)  เป็นเวทนา  (ตามสภาวะ)”  นัยเต็มเท่านั้น วิญญาณูปาทานขันธ์  เปรียบเหมือนคนไข้  เพราะไม่พ้นจากความไข้คือเวทนา  โดยพระบาลีว่า  “เพราะอกุศลกรรมอันบุคคลทำไว้สั่งสมไว้  กายวิญญาณที่เป็นวิบากจึงเกิดขึ้น  เป็นวิญญาณที่ร่วมไป  (คละเคล้าไป)  กับทุกข์”  ดังนี้

<sub><small>''(หน้า 70)''</small></sub>

:อีกนัยหนึ่ง  อุปาทานขันธ์ทั้งหลายนั้น  เปรียบเหมือนคุกและการลงโทษ  เจ้าหน้าที่ผู้ลงโทษ  นักโทษ  และเหมือนภาชนะแห่งโภชนะ  (ข้าว)  กับข้าว  ผู้เลี้ยง  (พ่อครัว)  และผู้กิน  (ก็ได้)

:นัยสำหรับวินิจฉัยโดยอุปมาบัณฑิต  พึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้

====นัยโดยความเป็นสิ่งพึงเห็นโดยอาการ ๒====

:ข้อว่า  '''"โดยเป็นสิ่งพึงเห็นโดยอาการ ๒"'''  ความว่า  ก็นัยสำหรับวินิจฉัยในข้อนี้ บัณฑิตพึงทราบโดยเป็นสิ่งพึงเห็นโดยอาการ ๒  อย่างนี้  คือโดยสังเขป ๑  โดยพิสดาร ๑ จริงอยู่  โดยสังเขป  อุปาทานขันธ์ ๕  พึงเห็นโดยเป็นข้าศึกผู้เงื้อดาบ  (จ้องจะฆ่า)  ตามนัยที่ตรัสไว้ในอาสีวิสูปมสูตร  โดยเป็นของหนัก  ตาม  (ที่ตรัสใน)  ขัชชนียปริยาย  โดยเป็นของไม่เที่ยง  เป็นทุกข์  เป็นอนัตตา  เป็นสังขตะ  และเป็นผู้ฆ่า  ตาม  (ที่ตรัสใน)  ยมกสูตร  ส่วนว่าโดยพิสดารในที่นี้  รูปพึงเห็นเหมือนก้อนฟองน้ำ  เพราะไม่ทนต่อการบีบคั้น  เวทนาพึงเห็นเหมือนต่อมน้ำ  เพราะเป็นสิ่งน่ายินดี  (คือดูงาม)  อยู่ครู่เดียว  สัญญาพึงเห็นเหมือนพยับแดดเพราะล่อใจ  สังขารพึงเห็นเหมือนต้นกล้วย  เพราะไม่มีแก่น  วิญญาณพึงเห็นเหมือนกลเพราะเป็นสิ่งลวง

:ว่าโดยพิเศษอีกนัยหนึ่ง  อัชฌัตติกรูป  (รูปภายในคือรูปของตน)  แม้โอ่อา  ก็พึงเห็นว่าเป็นของไม่งาม  เวทนาพึงเห็นว่าเป็นทุกข์  เพราะไม่พ้นจากความเป็นทุกข์ สัญญาและสังขารพึงเห็นว่าเป็นอนัตตา  เพราะไม่เชื่อฟัง  วิญญาณพึงเห็นว่าเป็นอนิจจัง  เพราะมีสภาวะเกิดขึ้นเสื่อมไป

====นัยโดยความสำเร็จประโยชน์แก่ผู้เห็นอย่างนั้น====

:ข้อว่า  '''“โดยความสำเร็จประโยชน์แก่ผู้เห็นอย่างนั้น”'''  มีความว่า  ก็แล  ความสำเร็จ  ประโยชน์อันใด  ย่อมมีแก่ผู้เห็นโดยอาการ ๒  โดยเป็นอย่างสังเขปและอย่างพิสดารดังกล่าวมานั้น  บัณฑิตพึงทราบนัยสำหรับวินิจฉัย  โดยความสำเร็จประโยชน์นั้นอีกบ้าง  ข้อนี้คืออย่างไร ?  คือข้อแรก  โดยสังเขป  พระโยคาวจรผู้เห็นอุปาทานขันธ์ ๕  โดยความเป็นข้าศึกผู้เงื้อดาบ  (จ้องจะฆ่าคน)  เป็นต้น  อยู่  ย่อมไม่เดือดร้อน  เพราะขันธ์ทั้งหลายส่วนโดย

(contracted; show full)
'''ในอธิการแห่งปัญญาภาวนา  ในปกรณ์วิเสสชื่อวิสุทธิมรรค'''

'''อันข้าพเจ้าทำเพื่อประโยชน์แก่ความปราโมทย์แห่งสาธุชน  ดังนี้'''

==ดูเพิ่ม==
*'''[http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/sutta23.php ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค]'''
*'''[[วิสุทธิมรรค ฉบับปรับสำนวน]] (สารบัญ)'''